Wednesday, November 2, 2011
ญี่ปุ่น กับไทย ในยามเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ญี่ปุ่น :: ลดราคาของและแจกฟรี
ไทย :: ของขึ้นราคาตามระดับน้ำ
ญี่ปุ่น :: ซื้อน้ำได้คนละขวดเท่านั้น
ไทย :: กักตุนอาหารใครมีตังค์ซื้อได้เท่าไหร่ซื้อไป
ญี่ปุ่น :: เข้าแถวต่อคิวรับของบริจาค
ไทย :: แย่งกันแล้วแย่งกันอีก ฉันกลัวไม่ได้
ญี่ปุ่น :: แจกน้ำคนละสองขวดแต่เอาขวดเดียวกลัวไม่พอคนอื่น
ไทย :: ฉันได้มากเท่าไหร่ยิงดี ของฟรี
ญี่ปุ่น :: ร่วมกันสร้างร่วมกันแก้ไข
ไทย :: แตกแยกไปของใครของมัน
ญี่ปุ่น :: ช่วยกันป้องกันก่อสร้างส่วนที่พังไป
ไทย :: ช่วยกันทำลาย ฉันท่วม เธอก็ต้องท่วม
ญี่ปุ่น :: ส่งแจ้งเตือนแผ่นดินไหวทางโทรศัพท์
ไทย :: น้ำมาฉันจุดพลุเตือน บ้านฉันไม่ท่วมแต่ฉันสะดุ้ง
ญี่ปุ่น :: ไม่มีของหายไม่มีทรัพย์สินโดนขโมย
ไทย :: เป็นช่วงนาทีทองของขโมยจริงๆ
ญี่ปุ่น :: แก้ไขสถานการณ์ได้ดีจากทุกฝ่าย
ไทย :: ตอนนี้มีฝ่ายไหนบ้างฉันยังไม่รู้เลย ฉันช่วยตัวเองตลอด
ญี่ปุ่น :: พร้อมใจกันตัดไฟเพื่อช่วยชาติ
ไทย :: อย่าตัดไฟนะเดี๋ยวฉันออนเฟสไม่ได้
ญี่ปุ่น :: บริจาคร้อยล้านไม่ต้องออกข่าว
ไทย :: บริจาคหมื่นเดียวก็ออกข่าวเจ็ดวันเจ็ดคืน
ญี่ปุ่น :: เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมไปซ่อมโรงไฟฟ้าจนตาย
ไทย :: ฉันกลัวจระเข้ไม่กล้าลงน้ำ(จะบ้าตาย)
ญี่ปุ่น :: หน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลือทั้งวันทั้งคืน
ไทย :: บ้านอยู่ลึกน้ำลึกเข้าไปไม่ได้ รอพรุ่งนี้เช้านะ
ญี่ปุ่น :: แก้ไขปัจจุบันให้ดีที่สุด
ไทย :: เตรียมพร้อมรับมืออนาคตเท่านั้น(แนวคิดเก๋ๆ)
ญี่ปุ่น :: สั่งอพยพคนได้อย่างรวดเร็ว
ไทย :: ประกาศออกโทรโข่งแล้วแต่ไม่ได้ยิน โทรโข่งถ่านอ่อน
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เกิดภัยพิบัติบ่อยมาก พื้นที่เป็นเกาะ มีภัยธรรมชาติจากลมพายุ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อยๆ พื้นที่ก็น้อย อาหารการกินไม่สะดวกสบายเหมือนบ้านเรา แต่เนื่องจากประชาชนในประเทศของเขามีประสิทธิภาพ ขยันขันแข็ง มีวินัย ใฝ่หาความก้าวหน้า และมีหลักในการปกครองประเทศที่ดี พลเมืองมีความสามัคคี มีความรักชาติ จึงส่งผลให้ประเทศญี่ปุ่นพัฒนา และเจริญรุ่งเรือง กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกก็ว่าได้
ส่วนพี่ไทย ประเทศมีสภาพภูมิศาสตร์ดีเยี่ยม ไม่มีภัยธรรมชาติที่รุนแรง หากเปรียบน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ กับแผ่นดินไหว และสึนามิที่ญี่ปุ่น เขายิ่งกว่าเราหลายเท่า อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แต่ที่ยังขาดอยู่คือ พี่ไทยยังขาดวินัย ยังมีความมานะพากเพียรไม่พอ ถึงแม้ประเทศไทยจะได้ชื่อว่าเป็นเมืองพุทธ มีธรรมะเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่เรายังเห็นแก่ความสะดวกสบายของตน เรานำธรรมะของพระพุทธเจ้ามาประพฤติปฏิบัติเพียงบางส่วน เช่น มีน้ำใจ มีเมตตา แต่ขาดความมานะ พากเพียร และวินัย ทำให้แม้ประเทศไทยจะน่าอยู่กว่าหลายๆ ประเทศ แต่ก็ยังล้าหลังกว่าประเทศอื่นๆ
เชื่อว่าหลังผ่านวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ไป นี่คงเป็นบทเรียนสำคัญที่เราได้เรียนรู้พร้อมๆกันทั้งประเทศ ว่าเราควรทำอย่างไรเมื่อเกิดภัยพิบัติ เรียนรู้จักที่จะเพิ่งตนเอง มากว่ารอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เรียนรู้จักการเป็นจิตอาสา ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เรียนรู้การบางปัน และที่สำคัญที่สุดคือเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่ใช่เอาชนะธรรมชาติ ...
Friday, October 28, 2011
แปลเนียนๆไปเลย
เจ้าพ่อมาเฟียแห่งเมืองลองบีช กำลังมองหาสมุนคนใหม่ เพื่อทำหน้าที่เก็บเงินค่าคุ้มครอง
จากเจ้าของธุรกิจร้านค้าต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พวกเหล่าร้ายก็เลยเลือกเอาคนหูหนวกและเป็นใบ้ (น่าจะหมายถึง deaf-and-dumb)
มาทำหน้าที่ดังกล่าว ด้วยคิดว่าถ้ามันโดนจับ ก็คงคุยกับตำรวจไม่รู้เรื่อง
จะได้ไม่เดือดร้อนมาถึงทุกๆคน
สัปดาห์แรกผ่านไป เจ้าใบ้เก็บรวบรวมเงินได้ถึง 50,000 เหรียญ ก็เกิดความโลภ
อยากจะงาบเอาไว้เสียเอง จึงนำเงินทั้งหมดไปซ่อนไว้ เมื่อเจ้าพ่อรู้ว่าเจ้าใบ้ไม่ยอมนำเงินมาส่ง จึงส่งสมุนสองคนออกตามล่า ตามจนกระทั่งเจอตัวจึงถามเรื่องเงิน ปรากฏว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง
พวกมันจึงลากตัวเจ้าใบ้ไปพบล่ามภาษามือ
สมุนเจ้าพ่อ : ถามมันซิว่าเงินอยู่ที่ไหน
ล่ามภาษามือทำมือหงิก ๆ งอ ๆ ยุกยิก ๆ ถามเจ้าใบ้
เจ้าใบ้ส่งภาษามือกลับมา : ฉันไม่รู้ว่าคุณพูดเรื่องอะไร
ล่ามก็แปลให้สมุนเจ้าพ่อฟัง
สมุนเจ้าพ่อชักปืนออกมาแหย่เข้าไปในรูหูของเจ้าใบ้ : ลองถามมันใหม่ซิว่าเงินอยู่ที่ไหน
ล่ามก็ส่งภาษามือกลับไปใหม่
เจ้าใบ้รีบส่งสัญญาณมือตอบว่า เงิน 50,000 เหรียญ อยู่ที่เซ็นทรัลพาร์ค ฉันซุกมันไว้ในตอไม้
ตอที่สาม ข้างประตูด้านซ้ายมือของถนนเวสท์ 78
ล่ามหันมาบอกสมุนเจ้าพ่อ : มันบอกว่า ไม่รู้ว่าพวกคุณพูดเรื่องอะไร และมันยังบอกอีกว่า
มันไม่คิดว่าพวกหน้าตัวเมียอย่างพวกคุณจะกล้ายิงมัน
Thursday, October 27, 2011
สิบสามแล้ว
ชายคนหนึ่ง ขณะกำลังเดินผ่านรั้วไม้สูง ของโรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่ง
เขาได้ยินเสียงบรรดาคนไข้ที่อยู่ข้างใน ร่วมกันส่งเสียงตะโกนดังๆว่า สิบสามแล้วๆๆๆ
เขาก็เดินเลียบรั้วไม้ต่อไป แต่ด้วยความที่เป็นคนขี้สงสัย เขาก็อดคิดไม่ได้ว่า
ทำไมพวกคนที่อยู่ในนั้นถึงได้ตะโกนซ้ำไปซ้ำมาว่า สิบสามแล้ว ๆๆ
เป็นไปได้มั้ยว่าพวกเขากำลังดื่มเบียร์กัน หรือบางทีพวกเขาอาจจะกำลังผลัดกัน
กระทืบใครสักคน หรือบางที พวกเขาอาจกำลังนับจำนวนคนไข้ที่ได้กระโดด
ลงมาจากหลังคา
ด้วยความสงสัยและคิดว่ายังไงๆ ก็ขอดูซะหน่อย เขารีบมองหารูบนรั้วไม้ หาไปหามา
ในที่สุดก็เจอรูหนึ่ง รูมันค่อนข้างจะต่ำ จนเขาต้องคุกเข่าลงเพื่อจะมองเข้าไป
ทันทีที่เขาแนบสายตา ประกบที่รูดังกล่าว ใครบางคนที่อยู่ข้างใน
ก็ใช้นิ้วทิ่มเข้ามาที่ลูกนัยน์ตาของเขา แล้วทุกคนที่อยู่ข้างในก็ส่งเสียงตะโกนก้อง
Wednesday, October 26, 2011
คุณครูที่รัก
ในวันสุดท้าย ก่อนปิดภาคเรียนของชั้นอนุบาลแห่งหนึ่ง เด็กๆ ต่างก็นำของขวัญมามอบ
ให้กับคุณครู
บุตรชายเจ้าของร้านขายดอกไม้ยื่นกล่องของขวัญกล่องหนึ่งให้กับคุณครู
ครูสาวหยิบมันขึ้นมา ลองเขย่า ๆ ดู แล้วกล่าว
ครูว่า ครูรู้นะ ว่าข้างในมันเป็นอะไร ต้องเป็นดอกไม้แน่ๆเลย
เจ้าหนู : ถูกต้องครับ
คนถัดไปเป็นบุตรสาวเจ้าของร้านขนม เธอยื่นกล่องของขวัญให้คุณครู ครูสาวหยิบมันขึ้นมา เขย่า ๆ แล้วกล่าว
ครูว่า ครูรู้นะ ว่าข้างในเป็นอะไร ต้องเป็นขนมกล่องหนึ่งแน่ๆเลย
เจ้าหนู : ถูกต้องค่ะ
ของขวัญชิ้นต่อไป มาจากเจ้าหนูบุตรชายเจ้าของร้านขายเหล้า ครูสาวหยิบกล่องขึ้นมาดู
และพบว่ามีอะไรเป็นน้ำๆ ไหลเยิ้มออกมา เธอใช้นิ้วแตะ แล้วลองชิมดู
ครูสาว : ใช่ไวน์รึเปล่านะ ?
เจ้าหนู : ไม่ใช่ครับ คุณครูใช้นิ้วสัมผัส แล้วนำมาแตะที่ลิ้นอีกครั้งหนึ่ง
ครูสาว : ใช่แชมเปญรึเปล่าน๊า ?
เจ้าหนู : ผิดครับ
ครูสาว : แล้วมันคืออะไรละจ๊ะ ?
เจ้าหนู : ลูกสุนัขครับ แหะๆ
วีรกรรมสะ้ท้านภพ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีนายทหารเรือคนหนึ่งชื่อ กัปตันริคาร์โด้ ผู้ซึ่งไม่เคยกริ่งเกรงศัตรู
หน้าไหนทั้งนั้น วันหนึ่ง ขณะกำลังแล่นเรืออยู่กลางทะเล เขาก็เห็นเรือโจรสลัดลำหนึ่ง
กำลังแล่นใกล้เข้ามา บรรดาลูกเรือเริ่มตื่นกลัว
กัปตันริคาร์โด้ตะโกนก้อง : นำเสื้อสีแดงมาให้ข้า
ลูกเรือรีบนำเสื้อสีแดงมาให้ เมื่อได้สวมเสื้อตัวเก่ง กัปตันก็กระโจนออกหน้า นำลูกน้อง
เข้าตะลุมบอน ไล่ฟาดฟันเหล่าบรรดาโจรสลัดจนกระเจิดกระเจิง. ในเย็นวันนั้น
บรรดาพลพรรคทั้งหมดได้มานั่งล้อมวงกันและพูดคุยถึงชัยชนะที่ได้รับ
ลูกน้องคนหนึ่งได้ถามกัปตัน : หัวหน้า เหตุใดท่านจึงต้องใช้เสื้อสีแดงเมื่อจะตะลุมบอนกับข้าศึก
กัปตัน : "ถ้าข้าเกิดได้รับบาดเจ็บ เสื้อสีแดงจะทำให้พวกเจ้ามองไม่เห็นเลือดของข้า
พวกเจ้าจะได้ไม่ตื่นตระหนกและทำการรบต่อไปได้
บรรดาลูกเรือก็รู้สึกทึ่งและชื่นชมในความเก่งกล้าของหัวหน้า ในเช้าวันถัดมา
พวกเขาก็มองเห็นเรือของพวกโจรสลัดกำลังแล่นใกล้เข้ามา คราวนี้ไม่ใช่ลำเดียว
แต่พวกมันยกขบวนมากันถึง 10 ลำ พวกเขาก็เตรียมพร้อมและรอรับคำสั่งจากกัปตัน
กัปตันถอนหายใจเฮือก จ้องเขม็งไปที่กองเรือของศัตรูที่กำลังจัดแถวแปรขบวน
เตรียมเข้าโจมตีเรือของเขาโดยปราศจากอาการสะทกสะท้านใดๆทั้งสิ้น
เขาค่อยๆหันไปตะโกนสั่งลูกน้อง : เอากางเกงตัวสีน้ำตาลมาให้ข้า
Wednesday, October 19, 2011
แบบนี้มันเจ็บนะ
ทารกชายคนหนึ่งคลอดออกมา
โดยมีพัฒนาการที่ก้าวหน้ามาก
ปรากฎว่าสามารถพูดคุยได้
เจ้าหนูมองไปรอบๆ ห้องคลอด
เห็นหมอ ก็ถามว่า
“คุณใช่หมอที่ทำคลอดหนูหรือเปล่า”
หมอตอบว่าใช่ เจ้าหนูบอกว่า...
“ขอบคุณมากครับที่ช่วยดูแลผมอย่างดีระหว่างทำคลอด”
เจ้าหนูมองไปรอบๆ อีก ก็เห็นแม่ จึงถามว่า...
“คุณใช่แม่ของหนูหรือเปล่า” แม่ก็ตอบว่าใช่
เจ้าหนูจึงบอกว่า
“ขอบคุณมากครับ ที่ช่วยดูแลผมอย่างดีตอนที่หนูอยู่ในท้อง”
เจ้าหนูจ้องมองที่พ่อ แล้วถามว่า...
“คุณใช่พ่อของหนูหรือเปล่า” พ่อตอบว่า “ใช่”
เจ้าหนูจึงเลื่อนตัวไปใกล้พ่อ
แล้วยกนิ้วกลางจิ้มไปที่หน้าผากพ่อ 7 ครั้ง แล้วบอกว่า...
หนูอยากให้พ่อจำไว้ ว่าทำแบบนี้มันเจ็บมาก”
แข็งตาย
วิญญาณชายสองคนเจอกันที่ประตูสวรรค์
"คุณเป็นอะไรตายเรอะ" วิญญาณแรกว่า
"แข็งตาย" วิญญาณสองตอบ "แล้วคุณล่ะ"
"หัวใจวายตาย" วิญญาณแรกบอก
"เอ๊ะ... คุณก็ดูยังหนุ่มยังแน่นนี่นา" วิญญาณสองสงสัย
"มีคนที่ทำงานบอกว่าเมียผมมีชู้ ผมเลยแอบย่องกลับบ้าน" วิญญาณแรกอธิบาย
"เจอเมียแก้ผ้านอนอยู่บนเตียง ผมเลยไล่ค้นทั่วบ้าน หาอยู่ชั่วโมงกว่า หาไงก็ไม่เจอ
ผมเหนื่อยเกินไปจนหัวใจวายตายนี่แหละ"
"ไม่น่าเลย" วิญญาณสองส่ายหัว "คุณน่าจะเปิดตู้เย็นดูนะ!!!"
Thursday, October 6, 2011
เพื่อนเก่า
เพื่อนเก่า 4 คน ที่ไม่ได้พบกันมานาน 30 ปี ได้พบกันในงานสังสรรค์จึงคุยกันเรื่องลูก
ในขณะที่เพื่อนคนที่สี่เข้าห้องน้ำ
เพื่อนคนที่1 : ลูกเก่งมาก เรียนจบ MBA ไต่เต้าเป็น CEO รวยจนซื้อรถเบนซ์ให้เพื่อนรัก
เพื่อนคนที่ 2: ลูกชั้นเป็นกัปตันเครื่องบินบริษัทเล็กๆ เก่งจนกลายเป็นผู้ร่วมลงทุน
ตอนนี้รวยจนซื้อเครื่องบินส่วนตัวใหม่เอี่ยมให้เพื่อนรักได้
เพื่อนคนที่3: ลูกเป็นวิศวกรก่อสร้างจนรวยไม่รู้เรื่อง เป็นมหาเศรษฐี จนสามารถ
ซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ให้เป็นของขวัญแก่เพื่อนรัก
ทั้งสามคนแสดงความยินดีแก่กันที่มีลูกแสนเก่ง ร่ำรวย ประสบความสำเร็จในชีวิต
ทันใดนั้นเพื่อนคนที่สี่ก็เดินกลับจากห้องน้ำพอดี ก็ถามว่า "แสดงความยินดีกันเรื่องอะไรล่ะ"
"อ๋อ ก็เรื่องความสำเร็จของลูกพวกเรา เออ แล้วลูกแกเป็นยังไงบ้างละ"
เพื่อนคนที่สี่ก็ตอบว่า "ลูกชายมันเป็นเกย์ หากินอยู่ในบาร์เกย์"
เพื่อนทั้งสามก็พูดพร้อมกันว่า
"แหมน่าสงสาร ผิดหวังจังนะ" คำตอบของเขาก็คือ
"ไม่รู้สึกอับอายอะไรหรอก ฉันรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข เพราะมันเป็นลูก และจะว่าไป
ก็เป็นอาชีพที่ไม่เลวนะ วันเกิดเมื่อสองอาทิตย์ก่อน มันได้ของขวัญเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่
แถมเครื่องบินเจ๊ต และรถเบนซ์อีกด้วยนะ จากแฟน 3 คน โชคดีจริงๆเลย"
เพื่อนทั้งสามคนแรก
Wednesday, October 5, 2011
คุณสมบัติครบถ้วน
สุภาพสตรีนางหนึ่งชื่อว่า แอปเปิ้ล อายุอานามก็ปาเข้าไป 30 กว่าแล้ว
แต่ยังโสดเลยลงประกาศหาชายในฝันทางหน้าหนังสือพิมพ์แต่มีข้อแม้ดังนี้
1. หากมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันขอให้พูดจากันดี ๆ อย่าลงไม้ลงมือ
2. จะต้องไม่จากหล่อนไปไหน จะอยู่เคียงข้างกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน
3. ต้องเต็มร้อยในเรื่องบนเตียง
หลังจากลงประกาศอยู่หลายวันไม่มีใครมาติดต่อ
อีก 2-3 สัปดาห์ต่อมา ขณะที่กำลังทำงานบ้านอยู่ก็มีคนมาเคาะประตู
พอหล่อนออกไปเปิดก็พบผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถเข็น แขนขาด้วน หน้าตาน่าสงสาร
แอปเปิ้ล..."มาหาใครคะ"
ชายพิการ..."ผมมาหาคุณแอปเปิ้ลครับ"
แอปเปิ้ล... "ดิฉันนี่แหละค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ"
ชายพิการ.. "คือ..ผมเห็นประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์
ผมก็เลยคิดว่าผมมีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่คุณต้องการ"
แอปเปิ้ล... (งงเล็กน้อย) "คุณมีคุณสมบัติอะไรที่ว่าครบ"
ชายพิการ... "ข้อ 1 ผมไม่ตบตีคุณแน่ เพราะผมไม่มีมือไม่มีแขน และ
ข้อ 2 ผมไม่ทอดทิ้งคุณไปไหนเพราะผมไม่มีขา"....
แอปเปิ้ล.... "เอ่อ ... เอ่อ.. แล้วข้อ 3 ล่ะคะ" หล่อนถามด้วยความสงสัยเป็นที่สุด
ชายพิการ... "คุณครับ ผมไม่มีมีมือ ไม่มีแขน ไม่มีขา
แล้วเมื่อสักครู่ที่ผมเคาะประตู คุณคิดว่าผมใช้อะไรเคาะละครับ"
Friday, September 30, 2011
ไม่่เคยบอกนี่จ้ะ
ไอ้หนุ่มคนหนึ่ง เดินเข้าไปในร้านขายยาเพื่อซื้อถุงยางอนามัย
เจ้าของร้านถามว่าจะเอาแพ็คขนาดไหนมีแบบ 3 ชิ้น 6 ชิ้น และ 12 ชิ้น
ไอ้หนุ่มคุย “ผมคบสาวคนนี้มาพักนึงแล้ว ท่าทางเธอจะร้อนแรงมาก
ผมมาซื้อก็เพราะว่าคืนนี้ผมมีนัดกินข้าวกับพ่อแม่เธอ
แล้วจะออกไปเที่ยวต่อข้างนอก ผมมีโอกาสดีแน่
ถ้าเธอเจอทีเด็ดผม เธอต้องติดใจจนหยุดไม่ได้แน่
ผมว่าผมเอาแบบ 12 ชิ้นดีกว่า"
หลังจากจ่ายเงิน ไอ้หนุ่มก็เดินออกจากร้านไปอย่างกระหยิ่ม
ในเย็นวันนั้นขณะที่ไอ้หนุ่มนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารพร้อมกับแฟนสาว
และพ่อแม่ของเธอ
เขาขออนุญาตสวดขอบคุณพระเจ้า ซึ่งก็ได้รับอนุญาตโดยดี
หลังจากสวดภาวนาอยู่หลายนาที แฟนสาวก็กระซิบถาม
“คุณไม่เคยบอกชั้นเลยนะว่าคุณเคร่งศาสนาขนาดนี้”
ไอ้หนุ่มกระซิบตอบเสียงสั่น
“คุณก็ไม่เคยบอกผมเหมือนกันว่าพ่อของคุณเป็นเจ้าของร้านขายยานี่จ้ะ”
Monday, September 19, 2011
รูดซิป
มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะขึ้นรถเมล์ในตอนเช้า
ซึ่งคนก็เบียดเสียดยัดเยียดกันมาก ผู้หญิงคนนั้นนุ่งกระโปรงสั้นและคับมาก
เธอก้าวขึ้นบันไดลำบาก เธอจึงเอื้อมมือไปปลดซิปกระโปรงด้านหลัง
เธอพยายามรูดซิปประมาณ 4-5 ครั้ง
แล้วผู้ชายข้างหลัง ก็ดันก้นผู้หญิงคนนั้นให้ขึ้นไปบนรถเมล์
ด้วยความรักนวลสงวนตัว เธอจึงต่อว่าผู้ชายคนนั้นว่า
"คุณถือดียังไงมาดันก้นฉัน"
ผู้ชายคนนั้นก็ตอบกลับด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า
"แล้วคุณล่ะ ถือดียังไงมารูดซิปกางเกงผม"
Saturday, September 17, 2011
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
การวางเฉยเป็นมารยาทที่ดี แต่มากนักมักเป็นคนลับลมคมใน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ผู้ที่สามารถควบคุมความโกรธไว้ได้ เป็นผู้มีปัญญายอดเยี่ยม
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
การทำงานอย่าเอาแต่ทิฐิของตน ต้องเข้าใจเหตุผลของงาน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
อารมณ์โกรธเข้าประตูหน้า สติปัญญาก็โผออกประตูหลัง
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
เมื่ออยากจะรู้ความในใจเขา ต้องฟังเขาพูด
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ถอยสักก้าว ทะเลดูกว้าง ท้องฟ้าสดใส
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
คบหากันเพราะรูปโฉม ความงามร่วงโรย ความรักก็สลาย
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ผู้ให้ไม่หวังผล ผู้รับไม่ควรลืม
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ใคร่ครวญต้องช้า ๆ ลงมือทำต้องรวดเร็ว
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ยามรุ่งเรืองไม่ประมาท ยามตกยากต้องอดทน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
คุณธรรมความดีไม่ได้อยู่ที่ลิ้น หากเก็บไว้ในใจ
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
คนรักของเพื่อน อย่าได้รังแกล่วงเกิน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ปัจจุบันละเลยเรื่องเล็กน้อย ภายหน้าเสียใจอย่างใหญ่หลวง
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
หญิงขี้เกียจกับเตียงที่อบอุ่น ย่อมแยกจากกันยาก
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
การกล่าววาจากระทบผู้อื่น เหมือนคมมีดกรีดหัวใจ
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ผู้มีความเพียรอย่างแรงกล้า เท่ากับสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
มารยาทดีงามต่อคน เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใด
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ภายใต้ฟ้าไม่มีสิ่งใดมาก สำหรับผู้มีใจพากเพียร
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
คุณความดีคือเว้นจากการทำบาป และยังไม่คิดจะทำบาปอีกด้วย
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
กิจกรรมทั้งมวล ความซื่อสัตย์สำคัญที่สุด
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ความมัธยัสถ์เป็นหนทางแห่งความร่ำรวยที่ยิ่งใหญ่
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ไม่มีสิ่งใดไม่ประสบความสำเร็จ หากมีความขยันอดทน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ขอให้ทุกคนจงสดับ อย่าได้ไม่รู้จักประมาณตน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
รายได้น้อย รายจ่ายมาก ยังให้ทุกข์ได้ทั้งชีวิต
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ความโกรธทำให้ตนเองรับทุกข์ทรมาน
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
คนโง่เท่านั้นมักอวดตนเป็นคนฉลาด
คัมภีร์จีน..ว่าไว้
ความรู้ทำให้รู้จักถ่อมตน ไร้ความรู้ทำให้จองหองอวดดี
Friday, September 16, 2011
ชายในฝันของผู้หญิง
ชายคนหนึ่งเดินออกจากผับ มีขอทานคนหนึ่งหน้าตามอมแมม
ตามตัวสกปรกนั่งอยู่ข้างทาง
" พี่ขอเงินสัก 20 ซิผมยังไม่กินข้าวเลย " ขอทานเอ่ยปาก
ชายหนึ่งหยุดกึ่ก........ แล้วบอกว่า
" เอาอย่างนี้ ไปกินเหล้ากับพี่ พี่เลี้ยงเอง "
ขอทานบอก " ไม่เป็นไรครับพี่ ผมไม่กินเหล้า "
ชายหนุ่มเลยบอก " นั้นไปเล่นม้ากับพี่ไหม พี่ออกทุนให้ "
ขอทานก็ยังปฎิเสธ " ผมไม่เล่นการพนันคับ "
ชายคนนี้เลยถามต่อ " เอาอย่างนี้นั้น พี่พาไปลงอ่างดีกว่า "
ขอทานก็ตอบอีกว่า " ผมไม่เที่ยวผู้หญิงด้วยคับ "
ชายหนุ่มเลยยิ้มนิดๆๆ เหมือนถูกใจแล้วถามว่า
" เมื่อกี้น้องขอตังค์ พี่เท่าไรนะ"
ขอทานบอก : 20 ครับพี่
ชายหนุ่มเลยก้มหน้าไปกระซิบว่า : เอางี้แล้วกันพี่ให้น้อง 200 เลย
ไปที่บ้านกับพี่หน่อยเด้อ !!!
ขอทานทำหน้า งงงง : ทำไมเหรอคับ พี่
ชายหนุ่มควักตังค์ แล้วพูดว่า : ไปให้เมียพี่มันดู หน่อยว่ะ ว่าคนที่ไม่กินเหล้า
ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวผู้หญิงนะ สภาพมันเป็นอย่างไร......
Tuesday, September 13, 2011
แดร็กคูร่า
ณ เมืองนรก วันนี้เป็นวันที่ แดร็กคูร่า จะไปเกิดใหม่ ยมฑูตจึงให้แด็กคูร่าขอพรได้ 3 ข้อ
แดร็กคูร่า : ท่านจะให้ข้าขอพรจริงๆเหรอ...
ยมฑูต : ใช่! แต่แค่ 3 ข้อเท่านั้นนะ
แดร็กคูร่า : งั้น!ข้อแรกข้าขอให้ข้ามีผิวขาวเหมือนสโนไวท์
ยมฑูต : ย่อมได้
แดร็กคูร่า : ข้อสอง ขอให้ข้าได้มีเลือดดื่มตลอดกาล
ยมฑูต : ย่อมได้
แดร็กคูร่า : ข้อสุดท้าย ! ขอให้ข้าได้อยู่ใกล้ชิดผู้หญิงตลอดเวลา
ยมฑูต :ย่อมได้ เจ้าขอครบทั้ง 3 ข้อแล้วก็ไปเกิดใหม่ได้แล้ว
แดร็กคูร่า :ได้ แล้วข้าจะได้ไปเกิดเป็นอะไรหล่ะ
ยมฑูต : ลอริเอะไง
แดร็กคูร่า :!!!!!!!!!!! !!!
Friday, September 9, 2011
ยิ่งลักษณ์ นายกหญิงไทยคนแรก
ยิ่งลักษณ์ นายกหญิงไทยคนแรก เดินเข้าไปในธนาคารเพื่อนำเช็คมาขึ้นเงิน เมื่อเธอเดินไปถึงเธอก็กล่าวว่า
"อรุณสวัสดิ์, คุณช่วยกรุณาขึ้นเงินเช็คใบนี้ ได้ไหมคะ?"
พนักงานธนาคาร :"ยินดีคะ ขอดูบัตรประชาชนของคุณด้วยค่ะ."?
ยิ่งลักษณ์:."ตายจริง ดิฉันลืมพกบัตรประชาชนมาด้วย แต่คิดว่า มันไม่น่าจะจำเป็นนะ เพราะฉันคือ ยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรีหญิงแห่งประเทศไทย !!!!"
พนักงานธนาคาร :"ใช่ คะ ฉันรู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ตามกฎระเบียบและการตรวจสอบของธนาคารเพื่อป้องกันการปลอมแปลงและแอบอ้าง ฯลฯ
ดิฉันยืนยันให้คุณแสดงบัตรด้วยค่ะ"
ยิ่งลักษณ์ :"ถามใครดูก็ได้ ใครๆก็รู้ว่าดิฉันเป็นใคร. "
แคชเชียร์ :"เสียใจด้วยค่ะ แต่ว่านี่เป็นกฎระเบียบของธนาคารและดิฉันจำเป็นต้องทำตาม"
ยิ่งลักษณ์ :"ขอร้องล่ะค่ะ ช่วยขึ้นเงินเช็คใบนี้ด้วยเถอะ"
แคชเชียร์ :"เอางี้ละกันนะคะ ท่านนายกฯ นี่คือสิ่งที่เราพอจะทำได้
วันหนึ่งไทเกอร์วูดเข้ามาในธนาคารโดยไม่มีบัตรประชาชน เพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็น Tiger Woods เขาดึงไม้พัตเตอร์ของเขาออกมาและได้ตีลูกกอล์ฟด้วยท่าอันสวยงามลงแก้วของธนาคาร
และด้วยด้วยการตีครั้งนั้นที่เรารู้ว่าเขาจะเป็นไทเกอร์วู้ดและเราก็ขึ้นเงินเช็คใบนั้นให้เขาไป
ถัดมา Andre Agassi ก็ไม่ได้เอาบัตรประชาชนมาเช่นกัน เพื่อพิสูจน์ เขาเอาไม้เทนนิสของเขาออกมาแล้วก็ตีลูกเทนนิสลงในถ้วยของฉัน ไปอย่างสวยสดงดงาม เราจึงขึ้นเงินเช็คใบนั้นไป
ดังนั้น ท่านนายกฯ เพื่อพิสูจน์ว่าคุณเป็นตัวจริง อะไรที่มีเพียงคุณเท่านั้นที่ ทำได้ในฐานะนายกของประเทศไทย?"
ยิ่งลักษณ์ ยืนนิ่งอยู่นานเพื่อคิด คิดและและในที่สุดก็กล่าวออกมาว่า
"ฉันคิดอะไรไม่ออกเลย แม้แต่อย่างเดียว
~ ~ ~
รอสักแป๊บได้ไหม..........ขอให้ฉันได้โทรหาพี่ชายของฉันที? "
พนักงานธนาคาร :
"โอเคแล้วค่ะท่าน นั่นพิสูจน์แล้วว่าคุณเป็นตัวจริง อยากได้แบงค์ใหญ่หรือแบงค์กเล็กคะ?"
ควายรึเปล่า
นักหนังสือพิมพ์ปากจัดนายหนึ่ง
ถูกฟ้องร้องข้อหาหมิ่นประมาทเนื่องจากเขาไปเรียก
รัฐมนตรีท่านหนึ่ง (ไม่รู้รัฐบาลไหนเหมือนกัน) ว่า “ควาย”
หลังจากการไต่สวนหลายนัด
ศาลก็ตัดสินให้นักหนังสือพิมพ์มีความผิดตามฟ้องแล้ว
ลงโทษปรับ 5,000 บาทกับจำคุก 1 เดือน
โดยให้รอลงอาญาไว้ก่อน
นักหนังสือพิมพ์รับคำตัดสินอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจนัก
“ถ้ายังงั้นถ้าผมเรียกควายว่ารัฐมนตรี
ผมจะมีความผิดไหมครับ”
เขาถามผู้พิพากษา
"อืม..." ผู้พิพากษาลังเล “ก็คงจะไม่ผิดอะไร”
นักหนังสือพิมพ์ยิ้มรับคำตอบอย่างพอใจ
ก่อนจะหันไปหารัฐมนตรีคู่กรณี
“ไงครับ? ท่านรัฐมนตรี!”
Wednesday, September 7, 2011
เจ้าชายผู้ต้องคำสาป
กาลครั้ง 0 ที่มาก่อน 1 มีเจ้าชายองค์หนึ่งเป็นคนที่ร่าเริงสดใส
และมีสเน่ห์เป็นที่หมายปองของบรรดาหญิงสาวทั้งหลาย จนกระทั่งวันหนึ่ง
มีแม่มดคนหนึ่งได้ขี่ไม้กวาดทางผ่านมา
ที่หน้าต่าง ซึ่งตอนนั้นเองเจ้าชายกำลังอาบน้ำอยู่
แม่มดตกใจที่เห็นอะไรขาวๆ ก็เลยหยุดดู
หลังจากเห็นเจ้าชายอาบน้ำก็ติดใจ เพราะเจ้าชายทั้งขาวทั้งอวบ
(กล้ามของเจ้าชายนะ อย่าคิดมาก) แม่มดก็เลยแอบมาดูทุกวัน
เวลาผ่านไปสองอาทิตย์ เจ้าชายเริ่มรู้สึกตัว
ก็เลยดักจับว่าใครมาแอบดูก็เลยรู้ว่าเป็นแม่มด มาแอบดู
เจ้าชายรู้สึกรังเกียจมากที่รู้ว่าเป็นแม่มด
แต่เจ้าชายก็กลัวว่าแม่มดจะใช้เวทมนต์ทำลายตน
เจ้าชายจึงเลิก ไม่อาบน้ำ จากหนึ่งวัน
เป็นสองวันเป็นสามวันและไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน
แม่มดมาคอยดูทุกวันเป็นเดือนเหมือนกัน
แต่ไม่เห็นเจ้าชายอาบน้ำ จึงรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ได้ดูของดี
คืนหนึ่งถึงแอบเข้าไปหาเจ้าชายตอนกลางคืนแล้วถามกับเจ้าชายว่า
ทำไมเจ้าไม่ยอมไปอาบน้ำตั้งเดือนแล้วเจ้าชายก็ตอบไปว่า
"คนอย่างเรายอมที่จะทนเหม็นดีกว่าจะให้เจ้าแอบดูร่างกายของเรา"
แม่มดโกรธมากที่ได้ยินดังนั้น จึงสาปให้เจ้าชายเป็นแมงชนิดหนึ่งที่ไม่เคยมีบนโลกนี้
แล้วบอกว่าเมื่อไรที่คำสาปจะหายไป มีวิธีแก้อยู่สองทางคือ
1 ต้องมีคนมาจูบเจ้าชาย
2 เจ้าชายต้องอาบน้ำให้แม่มดดูตลอดชีวิต
เจ้าชายทนยอม ไม่เลือกวิธีที่ 2
ด้วยความหยิ่งของลูกผู้ชายเจ้าชายจึงเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ
เพื่อหาหญิงสาวมาจูบตน ชาวบ้านต่าง ๆ ก็รู้ข่าวเรื่องเจ้าชาย
หญิงสาวหลายคนพยายามจะมาจูบเจ้าชายเพื่อให้หายจากคำสาป
แต่ก็ไม่มีใครจะทนกับรูปร่างแมงที่น่าเกียจนั้นได้
แต่เจ้าชายก็พยายามหาหญิงสาวสักคนที่จะยอม
เจ้าชายจึงเดินทางไปเรื่อย ๆ
ชาวบ้านชาวเมื่องที่เห็นและรู้ข่าวต่างเรียกแมงเจ้าชายที่โดนสาป
จนกระทั่งติดปากกันไปเป็นคำว่า "แมงสาป" มาจนถึงทุกวันนี้
น่าสงสารนะ ที่ยังไม่มีใครช่วยเจ้าชายอีกแม้มันจะหลายร้อยปีแล้ว
สาว ๆ คนไหนอยากเห็นความหล่อของเจ้าชายของเรา และอยากเป็นเจ้าหญิง
ก็ช่วยไปจูบเจ้าชายหน่อย จะได้พ้นจากคำสาปสักที อิอิ
Tuesday, September 6, 2011
เพื่อน แฟน ชู้ กิ๊ก แฟนเพื่อน
เพื่อน...ก็เหมือนน้ำ เฉยๆแต่ขาดไม่ได้
แฟน...ก็เหมือนข้าว บางทีก็ไม่หิว แต่ต้องกิน
ชู้...ก็เหมือนเหล้า รู้ว่าไม่ดี แต่ชอบอ่า...
กิ๊ก...ก็เหมือนน้ำหวาน..นานๆทีก็โอ...มากไปก็เลี่ยน
แฟนเพื่อน...ก็เหมือนเหล้าเถื่อน...ร้อนแรงแต่อันตราย!
แล้วคุณหล่ะ อยากจะดื่มอะไร
เพื่อน.... ก็เหมือนเพลงงานประจำเทศกาล รู้ว่าต้องเปิดวันไหนแล้วว่างเมื่อไรค่อยเจอกัน
ไม่เคยลืม
แฟน....ก็เหมือนเพลงชาติ สำคัญ!! แต่ไม่เคยเปิดฟัง
ชู้....ก็เหมือนเพลงลาติน ยิ่งฟังยิ่งมันส์ แต่เหนื่อย
กิ๊ก....ก็เหมือนเพลงฮิตๆ ฟังไปก็ติด นานๆไปก็เซ็ง อยากหาเพลงอื่นฟังแทน ซะงั้น
แฟนเพื่อน....ก็เหมือนเพลงที่โหลดจากเน็ต ต้องรอลุ้นว่า
จะได้ฟังหรือว่าจะได้ไวรัสแทน!!
แล้วคุณหล่ะ อยากจะฟังเพลงอะไรค้าบ อิอิ
Friday, September 2, 2011
สาเหตุที่เศรษฐกิจไทยไม่ฟื้น
ประเทศไทยเจอกับปัญหาเศรษฐกิจครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งที่แล้วคนว่าแย่แล้ว
แต่ครั้งนี้ยิ่งแย่กว่าอย่างเทียบไม่ได้
ทุกครั้ง ผู้บริหารประเทศมีคำอธิบายถึงสาเหตุของปัญหา
ผมเองก็สงสัยว่าทุกครั้งรู้ปัญหา ซึ่งน่าจะป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกได้
แต่มันก็ยังเกิดขึ้นอีกจนได้
ผมก็เลยลองไปค้นคว้าดูว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
และนี่ก็คือผลการวิจัยของผม
ประเทศไทยมีประชากร 65 ล้าน คน
25 ล้าน คนเกษียณอายุแล้ว เหลือ 40 ล้าน คนไว้ทำงาน
28 ล้าน คนยังเรียนหนังสืออยู่ เหลือ 12 ล้าน คนไว้ทำงาน
8 ล้าน คนเป็นข้าราชการ เหลือ 4 ล้าน คนไว้ทำงาน
2.5 ล้าน คนเป็นทหาร เหลือ 1.5 ล้าน คนไว้ทำงาน
1.2 ล้าน คนเป็นนักการเมืองหรือทำงานให้นักการเมือง เหลือ 300,000 คนไว้ทำงาน
200,000 คนนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล เหลือ 100,000 คนไว้ทำงาน
99,998 คนอยู่ในคุก เหลือ 2 คน
คือคุณกับผม
แล้วคุณก็ยังมานั่งอ่านไอ้นี่อยู่อีกต่างหาก!
ยังจะมายิ้มอีก ไป ไป ทำงาน
Monday, August 29, 2011
ความซวยของผู้ชาย
1. มีแฟนหลายคน - เจ้าชู้
มีแฟนคนเดียว - กลัวแฟนล่ะซิ
ไม่มีแฟน - เกย์
2. เห็นผู้หญิงแล้วเดินเข้าไปจีบ - หน้าหม้อ
เห็นผู้หญิงแล้วมองตาม - มัวแต่มองจะได้กินมั้ย
เห็นผู้หญิงแล้วเฉยๆ - เกย์
3. มีแฟนแก่กว่า - กะเกาะเค้ากินล่ะสิ
มีแฟนอ่อนกว่า - หลอกเด็ก
มีแฟนอายุเท่ากัน - แม้แต่เพื่อนยังไม่เว้นเลย คิดดูๆ
4. มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับแฟน - มัน เห็นแฟนดีกว่าเพื่อน
มีแฟนแล้ว ตกเย็นไปกินข้าวกับเพื่อน - มันเห็น เพื่อนดีกว่าแฟน
มีแฟนแล้ว ตกเย็นกลับบ้านคนเดียว - มีชู้
5. ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้หญิง - คิดนอกใจ
ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทผู้ชาย - เกย์
ชอบนัดเจอกับเพื่อนสนิทชายหญิง - ... หมู่
6. ขอจูงมือแฟนตอนกลางวัน - ไม่เอานะอาย เค้า
ขอจูงมือแฟนตอนเย็นๆ - ยังไม่ค่อยมืดเลยนะคะ ไว้ก่อนนะ
ขอจูงมือแฟนตอนกลางคืน - เดี๋ยวมันต้องไปมี อะไรกันแน่ๆ
7. เดินนำแฟนเข้าห้าง - รู้จัก Lady first มั้ย??
เดินเข้าห้างให้แฟนเดินเข้าก่อน - มันปล่อย ให้แฟนมันเปิดประตูให้
เดินเข้าห้างเปิดประตูแล้วให้แฟนเดินเข้าไปก่อน - โคดเว่อเลยว่ะ
8. เป็นหัวหน้าครอบครัว - เผด็จการ
มีอะไรต้องปรึกษาแฟน - ไม่กล้าตัดสินใจ
ให้แฟนเป็นหัวหน้าครอบครัว - กลัวเมีย
9. แฟนไม่สวย - หาได้แค่เนี้ยเรอะ
แฟนหน้าธรรมดาๆ - ก็งั้นๆ แหละว้า
แฟนสวย - ไม่สมกันเล้ย
10. ผู้ชายนิสัยธรรมดา - น่าเบื่อ
ผู้ชายนิสัยเลว - เลวว่ะ
ผู้ชายนิสัยดี - เธอดีเกินไป
Monday, August 22, 2011
ถือโชคลางและของขลัง
บุญหนักกับเพื่อนอีกสามคนเป็นก๊วนกอล์ฟวันเสาร์ เวลา 09.00 น.
ของสนามกอล์ฟพาร์กินฉันมาหลายปี เมื่อไม่นานมานี้
เพื่อนร่วมก๊วนคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ เขาพยายามหา
เพื่อนร่วมก๊วนคนใหม่ วันหนึ่งเขาพบกับบุญเมฆสมาชิกใหม่ของสนาม
บุญหนัก : คุณบุญเมฆมาเล่นกอล์ฟในก๊วนผมไหมครับ วันเสาร์เวลา 09.00 น.
บุญเมฆ : ยินดีครับ แต่ว่า....เออ...ผมอาจมาสาย 15 นาทีนะครับ
เช้าวันเสาร์ เมื่อบุญหนักกับเพื่อนๆมาถึงพวกเขาเห็นบุญเมฆมารออยู่ก่อนแล้ว
บุญเมฆเล่นกอล์ฟด้วยมือขวา เขาเล่นดีเหลือเกินจึงเล่นชนะเพื่อนในก๊วนทุกคน
ก่อนจะจากกันวันนั้น
บุญหนัก : วันเสาร์หน้ามาเล่นอีกนะครับ เวลาออกรอบ 09.00 น.
บุญเมฆ : ยินดีครับ แต่....เออ....ผมอาจมาสายสัก 15 นาทีนะครับ
เช้าวันเสาร์ เมื่อบุญหนักกับเพื่อนๆมาถึงพวกเขาเห็นบุญเมฆมารออยู่ก่อนแล้วเช่นเคย
วันนี้บุญเมฆเล่นด้วยมือซ้าย เขาเล่นได้ดีเหมือนเดิมเมื่อครบ 18 หลุม
เขาจึงชนะทุกคนในก๊วน เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้ทุกเสาร์เป็นเวลา 3 เดือนติดต่อกัน
จนครั้งสุดท้าย
บุญหนัก : วันเสาร์หน้ามาเล่นอีกไหมครับ ?
บุญเมฆ : มาครับมา แต่ว่า... ผมอาจมาสาย 15 นาทีนะครับ
บุญหนัก : คุณบุญเมฆ ผมมีเรื่องสงสัยอยากถาม บางวันคุณเล่นด้วยมือขวา
บางวันคุณเล่นด้วยมือซ้ายเพราะอะไร และผมได้ยินคุณพูดว่าคุณอาจมาสาย 15 นาที
แต่ผมเห็นคุณมาตรงเวลาทุกครั้งเลย
บุญเมฆ : อ๋อ ผมเป็นคนถือโชคลางครับ ตอนผมตื่นนอนถ้าผมเห็นเมียผมนอนตะแคงขวา
วันนั้นผมจะตีกอล์ฟด้วยมือขวา แต่ถ้าเห็นเมียผมนอนตะแคงซ้ายวันนั้นผมก็จะตีกอล์ฟด้วยมือซ้าย
บุญหนัก : อ้าว แล้วถ้าเมียคุณนอนหงายละ คุณจะตีด้วยมือไหน ?
บุญเมฆ : อ๋อ ถ้าเมียผมนอนหงาย ผมก็จะมาสาย 15 นาทีครับ แหะๆ
Friday, August 19, 2011
ชีวิตหลังความตา่ย
บุญเข่ง กับ บุญตอม เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมมาด้วยกัน พวกเขาไปเรียนต่อโรงเรียนมัธยม
เดียวกันจนกระทั่งไปเรียนจบมหาวิทยาลัยเดียวกันอีก พวกเขาร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วยกันจนร่ำรวย ด้วย
ความสนิทสนมและผูกพันพวกเขาจึงสัญญาว่า หากมีใครมีอันเป็นไปถึงกับต้องตายไปก่อนแล้ว คนที่ตาย
ไปจะติดต่อมาและเล่าถึงชีวิตหลังความตายให้อีกฝ่ายหนึ่งฟัง
และแล้วไม่นาน บุญตอมก็ได้รับอุบัติเหตุถึงแก่ความตาย บุญเข่งเฝ้ารอการติดต่อจากบุญตอมแต่ก็เงียบ
สัปดาห์ผ่านไปเป็นเดือน จากนับเดือนจนกระทั่งหนึ่งปีให้หลัง คืนหนึ่ง บุญเข่งได้รับโทรศัพท์จากเพื่อน
บุญตอม : นี่เราเองนะ เพิ่งจะมีโอกาสติดต่อเพื่อนวันนี้เอง
บุญเข่ง : ดีใจจังที่นายติดต่อมา หายไปเสียตั้งนาน ความเป็นอยู่ที่นั่นเป็นอย่างไรบ้างล่ะ ?
บุญตอม : เรามีความสุขดี ตอนเช้าเราตื่นนอนสายๆสบายๆ หลังจากตื่นนอนแล้วเราก็กินอาหารเช้า
หลังอาหารเช้าเราก็มีเซ็กส์ เสร็จจากมีเซ็กส์แล้วก็นอนพักผ่อน
บุญเข่ง : โอ้โฮ มีเซ็กส์กันตั้งแต่เช้าเลยหรือ ? แล้วกลางวันล่ะทำอะไรบ้าง ?
บุญตอม : กลางวันหรือ ? หลังจากเรากินข้าวกลางวันเสร็จเราก็มีเซ็กส์อีก มีเสร็จเราก็นอนพักผ่อน
บุญเข่ง : เฮ้ย ! อะไรกันมีเซ็กส์บ่อยงั้นเชียว แล้วอย่าบอกนะว่าตอนเย็นนายก็มีเซ็กส์อีก
บุญตอม : ใช่แล้วเพื่อน หลังอาหารเย็นเราก็มีเซ็กส์อีกอย่างที่นายเข้าใจ หลังมีเซ็กส์เราก็นอนพักผ่อน
บุญเข่ง : โหย...อิจฉา ๆ นายอยู่บนสวรรค์ชั้นไหนเนี่ย อยากรู้จังเลย ?
บุญตอม : เราไม่ได้อยู่บนสวรรค์ชั้นไหนหรอก เรามาเกิดเป็นหมูอยู่แถวสามพรานนี่เองอ่ะ
Monday, August 15, 2011
ผมเกือบเสียตัวให้น้องสาวของแฟน
ผมกับแฟนคบกันมาได้ปีกว่าแล้ว และเราตัดสินใจที่จะแต่งงานกัน …
พ่อแม่ของผม คอยช่วยเหลือเราในทุก ๆ ทางเพื่อนๆก็ล้วนแต่ให้กำลังใจ
ส่วนแฟนของผมน่ะเหรอ ? เธอเป็นความฝันของผมเลยล่ะ
แต่มันมีอยู่อย่างนึง ที่รบกวนจิตใจผมเหลือเกิน
ให้ตายเถอะ… สิ่งเดียวสิ่งนั้นก็คือ
น้องสาวของแฟนผมนั่นเอง!!
เธออายุ 21 ปี และชอบนุ่งมินิสเกิร์ตฟิตเปรี๊ยะตัวสั้นจู๋
เวลาที่เธอเข้ามาใกล้ๆ ผม..
เธอมักจะชอบก้มตัว ให้ผมได้แอบเห็นกางเกงในของเธอทุกที
ผมรู้ว่าเธอจงใจ.. เพราะไม่เคยเห็นเธอทำอย่างนี้กับใครเลย
มีอยู่วันนึง น้องสาวแฟนผม ก็โทรมาหาผม…
และขอให้ผมไปช่วยเช็คการ์ดแต่งงานที่บ้าน
พอผมไปถึง จึงได้รู้ว่า…. เธออยู่บ้านคนเดียว!!
เธอกระซิบที่ข้างหูผม ว่า…
อีกไม่นานผมก็จะแต่งงานกับพี่สาวของเธอแล้ว
เธอเองมีความรู้สึกและความต้องการบางอย่างที่เธอเอาชนะมันไม่ได้
และเธอไม่ต้องการจะเอาชนะความรู้สึกนั้นด้วย..
เธอบอกว่าเธออยากจะมีอะไรกับผม!!!
แค่ครั้งเดียวเท่านั้น..
ก่อนที่ผมจะแต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับพี่สาวเธอ
ผมช็อคไปเลย พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เธอบอกว่า…
เธอจะขึ้นไปรอข้างบนห้องนอน
ถ้าผมอยากจะให้มันเป็นไปอย่างที่เธอว่าก็ให้ตามเธอขึ้นไป
ผมนิ่งอึ้งไปหมด และมองเธอก้าวขึ้นบันได้ไป
พอเธอขึ้นไปถึงขั้นบนสุด….
เธอก็ถอดกางเกงชั้นในออกแล้วโยนมันลงมาข้างหน้าผม!!
ในวินาทีนั้นเอง ผมลุกขึ้นยืน…
และรีบเปิดประตูบ้านออกไป เดินตรงไปที่รถทันที
สิ่งที่ผมพบ คือ ว่าที่พ่อตาของผมกำลังยืนอยู่ข้างนอกบ้าน….
ดวงตาของเขาเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เขาเข้ามาสวมกอดผม และพูดว่า….
“ พวกเราดีใจเหลือเกินที่คุณผ่านการทดสอบครั้งนี้มาได้
เราคงหาคนที่ดีกว่านี้ให้ลูกสาวของเราไม่ได้อีกแล้ว ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรา ”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า……..
จงเก็บถุงยางไว้ในรถของท่านเสมอ!!
Thursday, August 11, 2011
อย่าโกหกเด็ก 18+
ชายคนหนึ่งกำลังเปลือยกายอาบแดดอยู่ที่ชายหาด ทันใดนั้นเขา
ก็เห็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งกำลังเดินมา เขาจึงเอาหนังสือพิมพ์ที่
กำลังอ่านอยู่มาปิด … (คิดเอาเอง) ไว้ เด็กผู้หญิงเดินเข้ามาแล้ว
ถามว่า "มีอะไรอยู่ใต้หนังสือพิมพ์"
เขาคิดอย่ารวดเร็วแล้วตอบว่า "นก"
เด็กผู้หญิงจึงเดินจากไป ชายหนุ่มค่อย ๆ งีบหลับไป เมื่อเขาตื่นขึ้นพบ
ว่าตัวเองกำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลและรู้สึกเจ็บปวดมาก ตำรวจถาม
เขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาตอบว่า "ผมไม่รู้ ผมกำลังนอนอาบแดดอยู่
แล้วมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามคำถาม จากนั้นผมก็งีบหลับไป
แล้วสิ่งต่อมาที่ผมรู้ก็คือ ผมมาอยู่ที่นี่"
ตำรวจจึงไปที่ชายหาด ตามหาเด็กหญิง แล้วถามว่า
"หนูทำอะไรชายคนนั้น"
เด็กหญิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า
"หนูไม่ได้ทำอะไรเขา หนูเพียงแต่เล่นกับนกของเขา แล้วมันก็ถุย
น้ำลายใส่หนู หนูจึงหักคอมัน ทุบไข่มัน แล้วก็เผารังมัน เท่านั้นเอง"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าโกหกเด็ก …. เชียวนะ
Friday, August 5, 2011
อย่าาาาาาาาา...........
ชายคนหนึ่งนอนพะงาบๆอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล...
ขณะใกล้หมดลมนั่นเอง...เขาพยายามทำไม้ทำมือเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง...
บาดหลวงที่นั่งเฝ้าอยู่ใกล้เตียงก้มลงกระซิบถามเบาๆว่า...
"มีอะไรที่อยากจะสั่งเสียหรือปล่าว?"
คนป่วยพยักหน้าช้าๆ...บาดหลวงจึงหยิบกระดาษและปากกาส่งให้
"พ่อรู้ว่าลูกพูดไม่ได้ ลูกใช้ปากกานี่เขียนก้อแล้วกัน แล้วพ่อจะให้กับภรรยาของลูกที่รออยู่ข้างนอก"
ชายคนป่วยรวบรวมพละกำลังครั้งสุดท้าย แล้วลากตัวหนังสืออย่างยากลำบาก ก่อนจะยัดมันลงในมือบาดหลวง
อึดใจต่อมาคนป่วยก้อเสียชีวิต
จากนั้นบาดหลวงแจ้งข่าวน่าเศร้านี้แก่ผู้เป็นภรรยา เมื่อปลอบโยนอยู่พักใหญ่
บาดหลวงก้อยื่นกระดาษยับยู่ยี่ในมือให้เธอ....
"นี่คือคำสั่งเสียสุดท้ายของเขาก่อนที่จะหมดลม เขาเขียนโน๊ตนีให้ลูก"
ด้วยน้ำตานองหน้า...ภรรยาผู้ตายเปิดโน๊ตในมือออกอ่าน
"อย่า...เหยียบ....สาย...ออก...ซิ...เจนนน !!!"
Thursday, August 4, 2011
ตายแล้วจะไปไหน!
จากเรื่องจริงที่น่าอ่าน เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง
ผู้เล่ากล่าวว่าคนที่เล่าเรื่อง " ตายแล้วจะไปไหน " ให้ผมฟังเป็นเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง
เขาเล่าว่าเหตุเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศวังเวงในบริษัทเก่าแก่แห่งหนึ่งตั้ง
อยู่บนที่ดินซึ่งร่ำลือกันว่าเมื่อครั้งอดีตเคยเป็นป่าช้ามาก่อนมีประวัติโจษจัน
เล่าขานกันมากมายทีเดียวเกี่ยวกับ เจ้านายดุและผีหลอก
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม ไม่ปรากฏปี ที่แน่นอน
นางสาวสริญญา (นามสมมติ) พนักงานพิมพ์ดีดสาวสวย วัยเบญจเพส มีภารกิจการงานที่
ต้องสะสางมากมาย ซึ่งทำให้เธอต้องวุ่นวายเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการทำงานวันสุดท้ายในรอบปี
รวมทั้งรุ่งขึ้นพรุ่งนี้จะย่างเข้าสู่ช่วงของลองวีคเอนด์ ตลอดทั้งวันนั้นเธอ จึงเกือบ ๆ
จะมีสภาพเป็นวันโลกาวินาศสำหรับสริญญา โดยที่เธอต้องเคร่งเครียดหมกมุ่น
อยู่กับงานตั้งแต่เช้าจนจรดบ่าย จนทำให้เธอไม่มีเวลาว่างที่จะกินข้าวมื้อกลางวันเลย
กระทั่งเคลื่อนคล้อยกลายเป็นค่ำ เพื่อนร่วมงานหลาย ๆ คนก็ค่อย ๆ
ทยอยแยกย้ายกันกลับบ้านไปหมด ทำไปทำมาท้ายที่สุดทั้งบริษัทก็เหลือเธออยู่เพียงคนเดียว
ตอนนี้แหละครับ บรรยากาศวังเวง ในตึกเก่าๆ ทึมๆ แสงไฟสลัวๆ จนแลดูแล้ว
ชวนสยอง น่าขนลุก รวมทั้ง
ยังมีเสียงแกรกกรากของกระดาษกระพัดกระพือ และอะไรต่อมีอะไรก็เริ่มแสดง
บทบาทหน้าที่ของตนเองออกมาอย่างชัดเจน
และค่อยๆ ทบทวีความรุนแรงและวังเวงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่สริญญากำลังทำงาน
ของเธอเสร็จสรรพและเตรียมตัว
เก็บข้าวของที่จะกลับบ้าน เธอก็เหลือบชำเลืองมองไปยังผนังกำแพงด้านใกล้ๆ
โต๊ะทำงานของเธอ
พลันเธอก็ต้องสะดุ้งและตกใจสุดขีด เธอส่งเสียงกรี๊ดร้องออกมาดังลั่น พร้อมกับ แสดงสีหน้าซีดเผือด
ราวกับเส้นเลือดใหญ่ในกายเหือดแห้งหมดร่าง เธอนิ่งไปสักพัก เหมือนถูกมนต์
สะกด เธอทำอะไรไม่ถูก
จ้องมองไปที่สิ่งนั้นด้วยสายตาที่ตกใจสุดขีด เธอไม่สามารถที่จะกระพริบตาได้
เลย นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรา
มันเป็นไปได้ยังไง เธอแทบไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่เธอมองเห็น ว่าสิ่งนี้มันจะเกิด
ขึ้นกับตัวเธอเอง สิ่งที่ สริญญา เห็น
สิ่งที่ สริญญา เจอนั้น...มันคือ..?
ปฏิทินนั้นเอง!!!!!!!!!!!!!!!
สิ่งที่ปรากฎบนปฏิทินนั้น ทำให้เธอต้องร้องออกมาว่า " ตายแล้ว ! นี่มันอะไรกัน
ทำไมเราถึงเป็นอย่างนี้
ฉันทำอะไรผิดหรือ ฉันถึงถูกลงโทษ ทำให้ฉันลืมมันไปหมดสิ้นถึงเพียงนี้ เธอได้
พบเห็นกับวันหยุด
ต่อเนื่องยาวนานหลายวัน ซึ่งปีนึงจะมีสักครั้ง ทำให้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ตระ
เตรียมวางแผนจะไปเที่ยวไหน
ในช่วงวันหยุดเลย สิ่งเหล่านี้เอง เป็นเหตุที่ทำให้สริญญาต้องอุทานออกมาว่า....
......... ตายแล้ว....จะไปไหนดี ? .........
ปล เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าหักโหม ทำงานมากจนเกินไป จนลืมวันลืมคืนนะครับ เป็นห่วงสุขภาพครับ
Wednesday, August 3, 2011
ยอดตำรวจโลก
ในการแข่งขันยอดตำรวจโลก มีกติกาการแข่งขันที่ง่ายดายเพียงแค่ว่าตำรวจจากชาติไหนสามารถสืบหาคนที่
เป็นแม่ของเด็กทารกคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชนหนึ่งพันคนได้ในเวลาที่น้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
ทีมตำรวจจากรัสเซีย ยกพวกกันมาเป็นร้อย พวกเขากระจายกำลังเข้าหากลุ่มคน ไล่สัมภาษณ์อย่างเป็นระบบ
อย่าง
รวดเร็ว ภายในเวลาเพียงแค่ 20 นาที พวกเขาสัมภาษณ์ทุกคนจนครบแล้วใช้เวลาอีกแค่
5 นาทีประชุมสรุปหาตัวแม่เด็กออกมาจนได้
ทีมตำรวจจากอเมริกามากันเพียง 3 คน คนแรกสะกิดผิวหนังเด็กออกมาเล็กน้อยแล้วเอาเข้าเครื่องแยกสกัดดีเอ็นเอ
หลังจากนั้นพวกเขาใช้ตัวอย่างดีเอ็นเอที่ได้ใส่เครื่องสแกนมือถือไล่กวาดในฝูงชน รวมเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นจนจบ
พวกเขาใช้เวลาเพียง 12 นาทีในการหาตัวแม่เด็ก
ถึงทีตำรวจจากประเทศสารขัณฑ์บ้าง เขามาเพียงคนเดียวโดดๆ เมื่อเข็มจับเวลาเริ่มกระดิก
เขาพุ่งหายเข้าไปใจกลางฝูงชน เพียง 5 นาทีผ่านไปเขาปรากฎตัวออกมาอีกครั้ง มือลากเอาชายใบหน้าปูดโปนมาด้วย
"อย่าทำผมอีกเลยพี่" ไอ้หนุ่มคนนั้นร้องโอดครวญพลางยกมือไหว้
"ผมยอมรับแล้ว ผมนี่แหละเป็นแม่ของไอ้หนูนั่นเอง"
Tuesday, August 2, 2011
ภรรยาธิปไตย
หนุ่มใหญ่นายหนึ่งแต่งงานมาได้เกือบ 30 ปี ตลอดช่วงเวลานั้นเขาถูกปกครองด้วยระบอบภรรยาธิปไตยมาตลอด จนกระทั่งกลายเป็นคนหงอไม่สู้คน เขาจึงตัดสินใจไปหาจิตแพทย์
"ต้องแก้ให้ถูกจุด" หมอว่า "เย็นนี้กลับไปบ้าน แล้วแสดงให้เธอเห็นซะว่าคุณต่างหากที่เป็นจ้าวนาย ไม่ใช่เธอ"
จิตแพทย์ต้องปลุกปลอบจิตใจอยู่นานจนเขาฮึดสู้ขึ้นมา
"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เธอต้องรับฟังคำสั่งจากชั้น" เขาเริ่มต้นอย่างมั่นใจ "เริ่มด้วยเตรียมอาหารว่างให้ชั้นซักหน่อย แล้วไปเตรียมเสื้อผ้าให้ชั้น เพราะคืนนี้ชั้นจะไปเที่ยวกับเพื่อน ส่วนเธอต้องอยู่เฝ้าบ้านให้ดี อ้อ คงรู้นะว่าใครต้องหวีผม
โกนหนวด และก็ผูกเน็คไทให้ชั้นด้วย..."
"รู้สิ" เมียเขาจ้องหน้าแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม "สัปเหร่อไง"
