Showing posts with label ความรัก. Show all posts
Showing posts with label ความรัก. Show all posts

Monday, September 29, 2014

10 อันดับแนวทางที่จะฟื้นฟูความรักให้กลับคืนมา

พวกเราคงปฎิเสธไม่ได้ว่าคงจะต้องเจอกับปัญหาแบบนี้ อยู่บ้าง หรือไม่เคยรู้สึกมีปัญหากับอีกฝ่ายหนึ่ง โลกแห่งความจริงก็เป็นแบบนี้แหละ พวกเราก็ต้องพยายามปรับปรุงตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ อย่าไปคิดเพ้อฝัน เราจะต้องสร้างความคิดให้เหมาะสมตามโลกแห่งความจริง จะมีอะไรบ้าง ลองมาดู 10 อันดับกัน


ชื่อ:  10.png
ครั้ง: 6865
ขนาด:  59.8 กิโลไบต์

10.สร้างความประหลาดใจ


ความซ้ำซากจำเจถือเป็นเรื่องที่น่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง ถึงเวลาที่เราจะต้องทำในสิ่งที่แตกต่างกันออกไปได้แล้ว หากเราเลือกที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งในสุดสัปดาห์ ก็ต้องพยายามหาอะไรสักอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ ดีกว่าการออกไปกินอาหารมื้อเดิมๆอยู่เสมอ ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายรู้สึกสนุกและตื่นเต้นขึ้นมาจากการทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่ไม่เคยทำมา ก่อน

ชื่อ:  9.png
ครั้ง: 6846
ขนาด:  20.9 กิโลไบต์

9.สร้างอารมณ์ให้อยู่ในห้วงของความรัก


หากเราอยากมีอารมณ์ที่อยู่ในห้วงความรัก หรือหากไม่แล้ว เราก็ต้องฟังเพลงเพื่อเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่มีอยู่ข้างในของเรา หากการฟังเพลงทำให้เราอยู่ในอารมณ์ห้วงแห่งความรักได้นั้น ก็จะทำให้เรามีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาได้ แล้วเพลงแบบไหนที่ทำให้เราเปลี่ยนอารมณ์ได้ล่ะ ก็อยู่ที่พวกเราเองว่า เราฟังเพลงแล้วรู้สึกแบบไหน ก็ต้องพยายามเลือกเพลงที่เหมาะสมกับทั้ง 2 ฝ่ายจะดีกว่ามาก



ชื่อ:  8.png
ครั้ง: 6874
ขนาด:  74.8 กิโลไบต์

8.ตรวจเช็คอารมณ์ของเราให้ดีๆ


เราลองนั่งดูแล้วก็ตรวจเช็คตัวเองภายในใจว่า ตัวเองมีอารมณ์ที่แปรปรวนมากน้อยแค่ไหนในแต่วัน ที่อาจจะทำให้ความสัมพันธ์อีกฝ่ายหนึ่งขาดสะบั้นลงได้หากอารมณ์ของเราอยู่ใน เกณฑ์ที่แย่เอามากๆ จะต้องจำไว้ว่าพวกเราจะต้องปรับปรุงแก้ไขและหมั่นเช็คอารมณ์ของตัวเองอยู่ เสมอ ไม่ใช่ไปบอกให้อีกฝ่ายปรับปรุงแก้ไข แต่เป็นตัวเราต่างหากที่เป็นฝ่ายที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขก่อน




ชื่อ:  7.jpg
ครั้ง: 6828
ขนาด:  7.0 กิโลไบต์

7.ค้นหาตัวเองให้พบ


พวกเราจะต้องรู้ให้ได้ว่าจะต้องทำตัวเองอย่างไรให้ดีที่สุด เราจะต้องค้นหาตัวเองว่าสิ่งไหนที่จะทำให้เรากับอีกฝ่ายหนึ่งมีความสุขที่ สุด แน่นอนว่าคนส่วนใหญ่มักจะไม่ยอมดูตัวเอง แต่มักจะให้อีกฝ่ายหนึ่งสนองความปรารถนาตามที่พวกเขาต้องการ เราอย่าไปมองข้ามเรื่องนี้เป็นอันขาด เพราะว่าเราจะต้องใช้เวลาค้นหาตัวเองให้พบ ไม่ว่าจะเป็นจุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหาต่างๆที่เข้ามาสะสมในชีวิตของเรา ล้วนส่งผลต่อความสัมพันธ์อีกฝ่ายทั้งสิ้น



ชื่อ:  6.jpg
ครั้ง: 6828
ขนาด:  8.0 กิโลไบต์

6.ตรวจเช็คฐานะการเงินของเราให้ดีๆ


นี่ถือเป็นกฎที่เราจะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง แน่นอนว่าความรักส่วนหนึ่งบั่นทอนลงได้ก็เพราะเงินเป็นส่วนสำคัญเหมือนกัน เราก็ต้องมาเช็คการเงิน การคลังของตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า พอที่จะประคับประคองทั้ง 2 ฝ่ายให้รอดได้ตลอดรอดฝั่งหรือเปล่า การพูดถึงเรื่องเงินจริงๆแล้วถือเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจสำหรับคนส่วนใหญ่ ที่บางทีเขาหรือเธออาจมีปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถอยู่ได้ตลอดรอดฝั่ง จะให้ดีก็ต้องพยายามแก้เกมส์ตรงส่วนนี้ให้ได้


ชื่อ:  5.png
ครั้ง: 6866
ขนาด:  60.1 กิโลไบต์

5.พยายามสัมผัสร่างกายอีกฝ่าย


หากเราได้สัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย ก็คงรู้สึกดีไม่ใช่น้อย แต่เราจะต้องมีทักษะในการสัมผัสร่างกายอย่างที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่เคยรู้สึกมา ก่อน ในความรักในชีวิตของพวกเรา พวกเราล้วนแล้วต้องการกำลังใจ สร้างอารมณ์และจิตใจให้อยู่ในระดับที่ดีขึ้นกว่าเดิม การสัมผัสที่ดีจะต้องสร้างความรู้สึกที่ดีขึ้นในการสัมผัสในครั้งต่อๆไป จะต้องมีจังหวะโอกาสในการสัมผัสที่เหมาะสม เพียงแค่นี้ทั้งสองฝ่ายก็เริ่มมีความรู้สึกดีกลับคืนมาแล้ว



ชื่อ:  4.png
ครั้ง: 6879
ขนาด:  95.0 กิโลไบต์

4.หาเวลาสร้างความสัมพันธ์ด้วยกันในช่วงสุดสัปดาห์


หากความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายเริ่มสะบั้นลง ก็จะต้องหาเวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ในการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจทั้งสองฝ่ายให้ กลับคืนมาอีกครั้ง โดยเราจะต้องทบทวนอดีตที่ผ่านมาว่า มีปัญหาตรงส่วนไหนบ้าง มีข้อผิดพลาดตรงไหน และจะแก้ไขให้กลับมาดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร บางเรื่องก็ใช้เวลานานมากน้อยไม่เหมือนกัน เราก็จะต้องใช้ความกล้าในการสร้างความสัมพันธ์ให้กับคืนมาดีเหมือนเดิม



ชื่อ:  3.jpg
ครั้ง: 6821
ขนาด:  6.7 กิโลไบต์

3.สร้างความรักให้กลับคืนมาอีกครั้ง


หากเราอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกลับคืนมา ก็ต้องมาดูในส่วนต่างๆอย่างเช่น พฤติกรรมของแต่ละฝ่าย การพูดการจา รูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายหนึ่ง แล้วก็มาดูว่าจะมีวิธีอย่างไรให้ความรักกลับคืนมาเบ่งบานอีกครั้ง แน่นอนว่าหลายคนคงเจอสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป ก็ต้องหาดอกไม้แต่ละชนิดที่แตกต่างกันออกไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยเราก็ต้องค่อยๆหว่านเมล็ดพืชลงไปแล้วก็ทำการดูแลทะนุถนอมให้ดีจนมันเบ่ง บานขึ้นมาแล้ว




ชื่อ:  2.jpg
ครั้ง: 6856
ขนาด:  8.9 กิโลไบต์

2.จะต้องพูดในสิ่งที่เรารู้สึกลำบากใจออกมา


ทุกๆคนคงจะรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่ใช่น้อยหากจะพูดอะไรออกมาที่อีกฝ่ายหนึ่ง อาจจะได้รับผลกระทบกระเทือนทางด้านจิตใจ เราอาจจะรู้สึกกลัวจนไม่อยากที่จะพูดออกมา เพราะกลัวความผิดและกลัวความโศกเศร้าเสียใจ แต่แน่นอนสถานการณ์ของคนเราก็ต้องพยายามหาทางแก้เกมส์ ซึ่งพื้นฐานหลักๆเลยก็คือ กล่าวคำว่า ขอโทษเป็นอันดับแรกไปก่อน แล้วเราก็พูดในสิ่งที่เรารู้สึกลำบากใจออกมา ไม่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะรู้สึกยังไงก็ตาม มันก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้อีกฝ่ายสามารถรู้ความจริงที่มีอยู่ และพยายามหาทางแก้ไขกันต่อไป



ชื่อ:  1.jpg
ครั้ง: 6872
ขนาด:  79.5 กิโลไบต์

1.ทำในสิ่งที่เราจะต้องทำ


ความสัมพันธ์ของเราตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างล่ะ มีความราบรื่นมากน้อยแค่ไหน แน่นอนพวกเราก็รู้ว่าตัวเองจะต้องทำอะไรบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ยอมลงมือทำจริงๆ ทั้งๆที่ก็รู้อยู่แล้วว่า วิธีแบบนี้จะทำให้ความสัมพันธ์กลับมาฟื้นฟูใหม่ได้อีกครั้ง คงไม่ต้องให้ผมอธิบายอะไรมากหรอก เพราะพวกเราทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำยังไง ลุยเสียตั้งแต่ตอนนี้ไปเลยครับ

Monday, September 1, 2014

เศรษฐสาตร์ กับ ความรัก

ปี 2010 รางวัลโนเบลทางเศรษฐศาสตร์ถูกมอบให้กับ DMP Model เกี่ยวกับการค้นหาคู่ที่เหมาะสมระหว่างแรงงานกับนายจ้าง ซึ่งต้องอาศัยทั้งความพยายามและเวลา หากนำเอาแนวคิดนี้มาประยุกต์กับการหาแฟน ลองมาดูกันว่า เราจะเรียนรู้อะไรได้บ้าง
รางวัลโนเบลทางด้านเศรษฐศาสตร์ปี 2010 ถูกมอบให้แก่ Peter Diamond, Dale Mortensen และ Christopher Pissarides (DMP) ในแบบจำลอง “การค้นหาและการจับคู่” (Search and Matching Model) แบบจำลองที่ว่านี้เน้นไปที่ตลาดแรงงาน (Labor Market) โดยทั้งแรงงานและนายจ้างต่างก็ต้องค้นหาซึ่งกันและกัน เพื่อให้ได้คู่ที่เหมาะสมที่สุด แรงงานต้องการนายจ้างที่มีงานในแบบที่ตนเองต้องการ ขณะที่นายจ้างเองก็ต้องการแรงงานที่มีทักษะเหมาะสมกับงานที่ตนเองมีอยู่
แต่เนื่องจากการมีข้อมูลข่าวสารที่ไม่สมบูรณ์ของทั้งแรงงานและนายจ้าง (imperfect information about trading partners) อุปสงค์และอุปทานของแรงงานที่หลากหลาย (heterogeneous demand and supply) การติดสัญญาต่างๆ หรือกระบวนการต่างๆ ที่ล่าช้า (slow mobility) การไม่ให้ความร่วมมือแก่กันและกันเพื่อการค้นหาที่ดีกว่าอย่างเต็มที่ (coordination failures) และปัจจัยอื่นๆ จึงส่งผลให้การค้นหาซึ่งกันและกันมีต้นทุน จนบางครั้งต่างฝ่ายต่างก็ไม่อาจรอจนเจอคู่ที่เหมาะสมที่สุดได้
ความไม่ลงรอยกัน (friction) ของการการค้นหาและการจับคู่ (search and match) มีบทบาทสำคัญมากในตลาดแรงงาน และก็ไม่ใช่ว่าอธิบายได้เฉพาะตลาดแรงงานเท่านั้น แต่ยังสามารถอธิบายตลาดขายบ้าน เสื้อผ้า สินค้ามือสอง สินค้าเน้นดีไซน์ รวมไปถึงการหาแฟนได้อีกด้วย ซึ่งตัว Diamond, Mortensen และ Pissarides เองก็ได้เอ่ยถึงประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ด้วยเช่นกัน

“หาคนที่เหมาะสมสักคนคงยากเพราะมีคนมากมายบนโลกใบนี้” (ที่มาของภาพ)


ขออธิบายถึง DMP Model ในตลาดแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการค้นหาและจับคู่ของแรงงานและนายจ้าง ไปพร้อมๆ กับการหาแฟนซึ่งเป็นการค้นหาและจับคู่ของผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งหากรำมาประยุกต์ใช้ก็น่าจะมีประเด็น ดังต่อไปนี้

๑. การตามหาคนที่เหมาะกับเราต้องอาศัยเวลา…เสมอ (Finding Mr./Mrs. Right takes time. Always.) ไม่ต่างไปจากการค้นหาและจับคู่กันของแรงงานและนายจ้างที่เหมาะสม ซึ่งเราต้องใช้ทั้งเวลา ความพยายาม และบางทีอาจจะต้องใช้เงินด้วย ดังนั้น การตามหาคนที่เหมาะสม โดยเพียงแค่นั่งรอคอยนั้นจึงไม่เพียงพอ เนื่องจากการจะเจอคู่ที่เหมาะสมตามมีตามเกิดนั้นมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก

๒. ความล้มเหลวเกิดขึ้นได้ (Shit happens.) และทำให้ความสัมพันธ์ก็จะสิ้นสุดลง ซึ่งบางครั้งก็เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น นายจ้างอาจประสบปัญหาในการบริหารจัดการ หรือแรงงานอาจประสบปัญหาสุขภาพ จึงทำให้ความสัมพันธ์ที่เคยมีประสิทธิภาพในครั้งหนึ่งก็จะไม่มีประสิทธิภาพ อีกต่อไป ไม่ต่างจากชีวิตคู่ที่อาจประสบปัญหาเมื่อเวลาผ่านไป และก็ไม่ได้มาจากตัวคนสองคนด้วย ความสัมพันธ์ที่เคยมีประสิทธิภาพจึงอาจไม่มีประสิทธิภาพอีกแล้ว ผลก็คือ ต่างฝ่ายต่างก็เริ่มต้นกระบวนการค้นหาใหม่ เพื่อให้ได้คู่ที่เหมาะสมต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

๓. เมื่อไรก็ตามที่โลกนี้มีคนที่เหมาะสมกับเรารออยู่ ความเป็นโสดก็จะดำรงอยู่เสมอ (In a world where there is a match for everyone, there will still be singlehood.) เมื่อการตามหางานที่เหมาะสมต้องอาศัยเวลา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่การว่างงานของคนในสังคมจะมีให้เห็นอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกันกับการตามหาคนที่เหมาะสมนั้นก็ต้องใช้เวลา และความล้มเหลวก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งการตามหาคนใหม่ที่เหมาะสมก็ต้องใช้เวลาอีก ในสังคมจึงต้องมีคนโสดดำรงอยู่ ทั้งนี้ก็เพราะคนเหล่านั้นกำลังรอคนที่เหมาะสมนั่นเอง

๔. สำหรับคู่ที่กำลังเริ่มต้น การอยู่กับคนๆ นี้ต้องดีกว่าการอยู่เป็นโสด แต่การจะคบกันได้ตลอดรอดฝั่งนั้น การอยู่กับคนๆ นี้ต้องดีกว่าการอยู่กับคนอื่น (For a couple to form, both must be better off than when single. And for a couple to remain, both must be better off than with the next best alternative.) กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ คู่ที่ดีต้องเสริมกันและกัน (generate surplus) เช่น ต่างฝ่ายต่างมีความสุข และจะต้องมีความสุขมากกว่าค่าคาดหวังของการตามหาคนใหม่ด้วย ไม่ต่างไปจากความสัมพันธ์ระหว่างแรงงานกับนายจ้างที่ต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน และต้องดีกว่าที่จะได้รับจากแรงงานหรือนายจ้างคนอื่นด้วย มิฉะนั้นการเปลี่ยนงานก็อาจเกิดขึ้นได้

๕. บางครั้งเราตกลงเป็นแฟนกับคนบางคน เพราะเหนื่อยที่ต้องรอคอย อย่าเชียว! (Sometimes, people settle because they are tired of waiting. Don’t!) เพราะมันจะกลายเป็นการจับคู่ที่ไม่ยั่งยืน (unstable match) และเท่ากับว่าเราทำลายโอกาสที่ดีกว่าที่กำลังจะมาถึง ไม่ต่างไปจากการตัดสินใจเซ็นต์สัญญาทำงานอะไรก็ได้ทั้งที่เราไม่ได้ชอบ แค่เพราะไม่อยากรอคอย ซึ่งงานใหม่ที่ดีกว่าจำนวนมากก็จะหายไปทันที

๖. ความพยายามในการค้นหาจะให้ผลดีกว่าถ้าเรามีตัวเลือกมากๆ (The search effort pays off more if there are many competing partners.) ประเด็นนี้เป็นจริงสำหรับชายหรือหญิงก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนระหว่างเพศชายและหญิง (sex ratio) ของแต่ละสังคม ถ้าเพศใดมีจำนวนน้อยกว่า เพศนั้นก็มีแนวโน้มที่จะมีอำนาจเหนือกว่า นี่เป็นเหตุผลเดียวกับที่(โดยรวมแล้ว)นายจ้างมีอำนาจต่อรองในการจับคู่ มากกว่าแรงงาน ก็เพราะนายจ้างมีจำนวนน้อยกว่าแรงงานนั่นเอง

๗. บริษัทจัดหาคู่(หรือพ่อสื่อแม่สื่อ)จะทำให้เราเจอคนที่เหมาะกับเราเร็วขึ้น และลดช่วงเวลาของการเป็นโสดลง (Dating agencies bring people together more quickly and reduce the incidence of singlehood.) เช่นเดียวกับบริษัทจัดหางาน แต่เงื่อนไขก็คือบริษัทเหล่านี้ต้องอยู่ในตลาดแข่งขันด้วย มิฉะนั้นแล้วบริษัทเหล่านี้ก็จะไม่แสวงหาคู่หรืองานที่ดีพอมาให้เรา

๘. แฟนกันที่เข้ากันได้ดีจะนำไปสู่การแต่งงาน (The couples that form are best for the partners that make the proposal.) และความที่ผู้ชายเป็นคนเสนอขอแต่งงาน คล้ายกับนายจ้างที่เสมือนเป็นผู้เสนอสัญญาจ้างงาน ผู้ชายหรือนายจ้างจึงดูเหมือนว่ามีบทบาทมากกว่าในการสร้างความสัมพันธ์กับ ตัวผู้หญิงหรือแรงงาน ในโลกยุคใหม่ที่การคุ้มครองสิทธิแรงงานมีประสิทธิภาพ และสิทธิหญิงและชายเท่าเทียมกันนั้น ผู้หญิงก็ควรจะเป็นคนเอ่ยปากขอผู้ชายแต่งงานเพื่อรักษาดุลอำนาจของสิทธิเอา ไว้ได้อย่างชอบธรรมเช่นกัน อย่าไปกลัว

๙. ผู้หญิงจะได้ประโยชน์จากการแต่งงานมากกว่าผู้ชาย ถ้าเขาเรียนรู้ที่จะรอ (Women have a better outcome in marriage if they find a way to sweeten their wait.) สมมติว่าผู้ชายเป็นคนขอแต่งงานและผู้หญิงเป็นฝ่ายตอบสนอง บทบาทของผู้หญิงจึงไม่ต่างไปจากแรงงานในตลาดแรงงาน แต่แรงงานที่กำลังหางานที่เหมาะสมอยู่นั้น มีโอกาสที่ได้รับผลประโยชน์ในช่วงเวลาที่ว่างงาน (unemployment benefits) ซึ่งไม่สามารถหาได้ในช่วงเวลาที่มีงานทำแล้ว ในเชิงของการมีแฟน ผู้หญิงก็สามารถแสวงหาความสุขบางอย่างได้ในช่วงโสด ซึ่งทำไม่ได้ในเวลาที่มีแฟนแล้ว เช่น เมาท์กับเพื่อนบ่อยๆ ไปปาร์ตี้ทุกวัน ออกเที่ยวไม่กลับบ้าน เป็นต้น ซึ่งความสุขของคนโสดเหล่านี้จะช่วยยืดระยะเวลาการรอคอยออกไป ซึ่งเขาก็จะมีโอกาสได้เจอคู่ที่เหมาะสมมากขึ้น

๑๐. พวกเขาจะมีผลได้ที่ดีขึ้น ถ้าพวกเขาตกลงและบังคับใช้ข้อตกลงร่วมกันว่าอะไรคือสิ่งที่พวกเขาต้องการ (They also have a better outcome if they agree and enforce collectively what they expect.) นั่นคือ การทำตามข้อตกลงที่ได้เจรจาไว้ตั้งแต่ต้น จะช่วยให้แรงงานและนายจ้างอยู่กันไปได้นาน เช่นเดียวกันกับคู่หญิงชายที่มีการทำข้อตกลงสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันเอาไว้ ก่อนเช่นกัน
นัยทางนโยบายที่สำคัญมากของ DMP Model ยังมีอีกสองประการ หนึ่งคือ แบบจำลองยังช่วยอธิบายด้วยว่า ทำไมเมื่อเวลาที่เศรษฐกิจดี อัตราการมีงานทำจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากทั้งแรงงานกับนายจ้างต้องใช้เวลาค้นหาซึ่งกันและกัน แต่เมื่อเศรษฐกิจเกิดวิกฤต นั่นคือมีปัจจัยภายนอกมากระทบ อัตราการมีงานทำกลับลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพราะผลิตภาพที่เคยมีในช่วงที่ผ่านมาอาจไม่เหมาะต่อกันอีกแล้ว (เช่น ค่าจ้างสูงไป จำนวนแรงงานในสายการผลิตมากเกินไป) นั่นคือ ในตลาดแรงงานมีความอสมมาตร (asymmetric) ของการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของการมีงานทำ (ในอีกด้านหนึ่ง การว่างงาน) ดำรงอยู่ ดังนั้น การค้นหาใครสักคนจนเจอ จึงต้องใช้เวลา แต่บางครั้ง คนอื่น ปัจจัยอื่น หรือสิ่งอื่นๆ กลับสามารถเข้ามากระทบจนทำให้ความรักระหว่างคนสองคนล่มลงอย่างรวดเร็วได้

สองคือ ในตลาดแรงงานนั้น ค่าจ้างดุลยภาพในงานประเภทเดียวกันไม่ได้มีค่าเดียว แต่จะมีเป็นช่วง เช่น เงินเดือนวิศวกรไม่ได้อยู่ที่สี่หมื่นบาท แต่จะอยู่ที่สามถึงห้าหมื่นบาท เป็นต้น สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะแต่ละคนมีความอดทนหรือพยายามค้นหางานที่เหมาะสม ไม่เท่ากัน คนจำนวนหนึ่งจึงยอมรับงานที่ตนเองไม่ได้ชอบ เพราะไม่อยากต้องรอคอย ค่าจ้างจึงมีหลากหลายแล้วแต่ความอดทนของแต่ละคน ดังนั้น การมีแฟนของคนจำนวนมากจึงไม่มีความสุข หรืออาจมีความสุขไม่มากนัก ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากเหตุผลมากมาย แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะคนจำนวนหนึ่งนั้นมีแฟนเพียงเพราะไม่อยากเป็นโสด หรือคบกันเพียงเพราะไม่อยากรอคอย เท่านั้น

โดยสรุปก็คือ การค้นหาใครสักคนจนเจอ ต้องใช้ความอดทนและเวลา หากยังไม่เจอ แนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลเสนอแนะให้อดทนรอ ซึ่งอาจใช้ช่วงเวลาที่รอนี้หาความสุขตามประสาคนโสดไป แต่สำหรับคนที่เจอแล้ว แนวคิดนี้ก็ให้ระวังการมีคนอื่นหรือปัจจัยอื่นเข้ามากระทบ ซึ่งอาจสั่นคลอนความรักระหว่างคนสองคนได้ โดยอย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน อย่างน้อยเศรษฐศาสตร์ก็คงช่วยให้เราเห็นในอีกหลายมุม 

Monday, July 30, 2012

อยากรู้ความหมายที่แท้จริงของคำพูดสาว ๆ ไหม?

 อยากรู้ความหมายที่แท้จริงของคำพูดสาว ๆ ไหม?

โดยปกติแล้ว ผู้ชายกับผู้หญิงมักมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ความคิดของคุณที่คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเธออาจถือเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้ อีกอย่างคำพูดของผู้หญิงมักมีนัยยะสำคัญแฝงอยู่เสมอ ฉะนั้นคำที่แฟนของคุณเอ่ยออกมาตอนคุยกัน บางทีความหมายอาจไม่ใช่แบบที่คุณคิดก็ได้ เอาเป็นว่าวันนี้เราจะมาตีความหมายของสิ่งที่ผู้หญิงต้องการจะบอกกับผู้ชาย ดีกว่า ว่าเธอต้องการจะบอกอะไรกับคุณกันแน่ ทั้งนี้เพื่อให้คุณรับรู้แล้วเข้าใจเธอได้อย่างถูกต้อง

1. "ได้สิ"

นี่เป็นคำพูดที่ผู้หญิงใช้เวลาที่จะปิดการสนทนาหลังจากโต้เถียงกันมานาน โดยต้องการบอกให้ทราบว่าเรื่องที่พวกคุณคุยกันอยู่ก่อนหน้านี้ ความจริงเธอเป็นฝ่ายถูกนะ

2. "ขอเวลาซัก 5 นาทีนะ"

ถ้าเธอพูดแบบนี้ในขณะที่กำลังแต่งตัว เตรียมออกไปเดทกับคุณ นี่หมายถึงว่าคุณต้องรอไปอีกอย่างน้อย 30 นาที

3. "ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราไปถึงไหนแล้ว"

นี่เป็นคำพูดที่เธออาจจะบอกคุณอ้อม ๆ ว่า เมื่อไหร่เราจะแต่งงานกันหรือใช้ชีวิตร่วมกันเสียที เธอรอคุณมาขอนานแล้วนะ

4. "ไม่มีอะไรหรอก"

ไม่มีอะไรสำหรับเธอคือมีปัญหาแน่นอน ผู้หญิงมักรู้สึกไม่โอเคเวลาพูดคำนี้ออกมาทุกครั้ง คุณจึงควรรีบหาทางเคลียร์กับเธอซะ ก่อนที่เรื่องจะลุกลามใหญ่โตไปมากกว่านี้

5. "ไปให้พ้นเลย"

นี่ไม่ใช่คำอนุญาตที่ให้คุณไปไกล ๆ เธอจริง ๆ หรอกนะ ขืนก้าวออกไปจากห้องล่ะ คุณแย่แน่!

6. ถอนหายใจเสียงดัง

แม้ไม่ใช้คำพูด แต่การกระทำเช่นนี้คือเธอต้องการจะบอกว่าคุณน่ะมันไม่ได้เรื่อง งี่เง่า และรู้สึกว่าทำไมเธอต้องมาเสียเวลาคุยกับคุณด้วย

7. "ไม่เป็นไร"

เป็นคำพูดที่อันตรายอย่างยิ่งสำหรับคุณ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอพูดแบบนี้ออกมาแสดงว่าเธอกำลังคิดและหาวิธีจัดการกับคุณอยู่น่ะสิ

8. "วันนี้มีผู้ชายมาจีบด้วยแหละ"

เธอต้องการให้คุณรู้ว่ามีคนมาสนใจเธออยู่ ซึ่งคุณควรจะรู้สึกดีนะ ที่มีแฟนอย่างเธอ

9. "คุณรู้จักฉันดีนี่"

หมายความว่าเธออยากบอกรักคุณ แต่อยากให้คุณเป็นคนพูดออกมาก่อนเท่านั้นเอง

10. "ไม่มีปัญหา ฉันจัดการเองได้"

ประโยคนี้จะออกมาเมื่อเธอขอให้คุณช่วยทำอะไรให้หน่อย แต่คุณก็ยังไม่สนใจจะยื่นมือมาช่วยสักทีจนเธอต้องมาทำเอง สุดท้ายแล้วคุณนั่นแหละจะเดือดร้อน

หลังจากที่คุณได้ทราบแล้วว่าคำพูดของสาว ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น มีความหมายว่าอย่างไร ต่อไปถ้าแฟนของคุณเอ่ยประโยคใดประโยคหนึ่งเหล่านี้ขึ้นมา คุณก็เข้าใจได้ในทันทีว่าเธอต้องการอะไร พร้อมช่วยลดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง เพราะความไม่เข้าใจกันได้อย่างสบายหายห่วง

Friday, June 29, 2012

คู่มือ สามี

คู่มือ สามี

คำนำประกอบการอ่าน :

1. โปรดอ่านคู่มือนี้ทุกครั้งก่อนเลือกสามี

2. ผู้ชาย (บางคน) อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โปรดระวัง

3. ผู้ชาย (แท้ๆ) มีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด


มีอะไรบ้างที่ผู้ชายไม่อยากเจอะเจอในชีวิตเกี่ยวกับผู้หญิงของเขา

ผู้หญิงรู้ไว้ก็ดี เป็นการป้องกันไม่ให้เขาหมางเมินไปจากเรา

ลองดูซิว่าสิ่งที่ผู้ชายไม่ชอบมีอะไรบ้าง


1. ไม่ชอบให้ผู้หญิงมาออกคำสั่ง (ก็มันรู้สึกเสียเกียรติเสียหน้านี่นา)

2. ไม่ชอบผู้หญิงขี้บ่น จู้จี่จุกจิก (ก็มันน่ารำคาญ จะเป็นแฟนหรือเป็นแม่จ๊ะ)

3. ไม่ชอบให้ชายมาชำเลืองมองหรือพูดคุยกับผู้หญิงของเขา (หึงนี่ ช่วยไม่ได้เพราะรักหรอก)

4. ไม่ชอบให้ผู้หญิงใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนเกินเหตุ (ให้เหลือไว้ให้เขาใช้บ้างนะถือว่าเมตตาเถอะ)

5. ไม่ชอบให้ผู้หญิงตบตีกัน (ก็กลัวตอนเข้าไปห้ามจะเจอลูกหลงนะซิ)

6. ไม่ชอบให้ผู้หญิงมายุ่งเรื่องของเขามากเกินขอบเขต (เขาก็อยากมีความลับบ้างนะซิ รู้หมดมันก็ไม่ลับซิจ๊ะ)

7. ไม่ชอบผู้หญิงใช้อารมณ์ (มันดูน่าเกลียด ไม่อยากให้เธอเป็นนางยักษ์นะซิ)

8. ไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้ามากจนเกินไป (ไม่ใช่เป็นโรคอะไรที่ใบหน้านะ)

9. ไม่ชอบผู้หญิงที่รู้ทันมากเกินไป (อย่างนี้ก็กระดุกกระดิกไปไหนไม่ได้เลยนะซิ)

10. ไม่ชอบที่ต้องตามง้อผู้หญิงมากจนเซ็ง (โต ๆ กันแล้วอย่างอนให้มากนะเลยนะที่รัก

ถ้าผมไม่ได้ตามไปง้อไม่ได้หมายความว่าผมหมดรักนะจ๊ะ)


แล้วโดยปกติแล้วผู้ชายชอบผู้หญิงแบบไหนล่ะ สาว ๆ จะได้ทำตัวถูกไง

ลองมาดูซิว่ามีอะไรกันบ้างที่พระเอกของเราชอบ


1. ชอบผู้หญิงที่ให้เกียรติตนโดยเฉพาะต่อหน้าผู้อื่น (รู้สึกได้หน้าที่ผู้หญิงอยู่ใน control)

2. ชอบผู้หญิงพูดจาหวาน ๆ ไพเราะ ยิ้มหวาน (รู้สึกเหมือนมีคนกำลังให้บริการไงจ๊ะ)

3. ชอบผู้หญิงที่สดชื่นสดใส ร่าเริง มีอารมณ์ขันบ้าง (รู้สึกหายเครียดที่โดนเจ้านายว่ามา)

4. ชอบผู้หญิงเอาอกเอาใจเก่งในทุกเรื่อง (เขาจะได้รู้สึกเหมือนอาเสี่ยไง)

5. ชอบผู้หญิงที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจ อบอุ่น อยากอยู่ใกล้ ๆ (เป็นสิ่งที่เขาโหยหาตลอดเวลาแต่ไม่กล้าเปิดเผย)

6. ชอบผู้หญิงแกล้งโง่ แต่เก่ง มีความรู้ ความสามารถ (เขาจะได้รู้สึกมีความภูมิใจเหลืออยู่บ้างไง)

7. ชอบผู้หญิงงอนนิด ๆ (เขาจะได้ง้อได้ไง แต่อย่าให้ง้อบ่อยจนเขาเบื่อล่ะ)

8. ชอบผู้หญิงที่แต่งตัวดูเรียบร้อย แต่แฝงด้วยความเซ็กซี่ มีเสน่ห์และโรแมนติก (เพื่อนและคนใกล้ชิดได้อิจฉาไง)

9. ชอบผู้หญิงออเซาะเก่ง (คิดว่าเขาเป็นรัฐมนตรี ต้องออเซาะโครงการถึงจะได้รับการอนุมัติ)

10. ชอบผู้หญิงไฟแรงสูง (พุ่งเป็นจรวดนำวิถีไงล่ะ ... ระวังไฟช็อตนะจ๊ะ) แต่ช้าแต่......


(เฉพาะผู้หญิง แต่ผู้ชายก็อ่านซะนะจะได้ซ้อนแผนผู้หญิงอีกชั้นนึง)

1. ถ้าคุณคิดจะมัดใจชายด้วยเสน่ห์ปลายจวักเพียงอย่างเดียว คุณคิดผิดถนัด

2. อย่าไว้ใจผู้ชายที่ชอบคุยโอ้อวดว่า เขาเป็นพระราชาของครอบครัว ถ้าเขาโกหกเรื่องนี้ได้เรื่องอื่นก็ไม่น่าไว้วางใจ

3. ถ้าคุณอยากคบผู้ชายที่รู้จักเอาใจ จงหาแฟนไม่หล่อพวกนี้มีความพยายามสูง

4.หัวใจผู้ชายส่วนใหญ่เหมือนห้องขังในเรือนจำ ต่อให้มีสักกี่ห้องก็ไม่พอใส่นักโทษ

5. ได้แฟนเด็ก หรือแก่ก็เหมือนกัน เพราะพวกผู้ชายไม่ค่อยรู้จักโต

6. ระวังผู้ชายที่มีข้ออ้างทาลิปมันกับรองพื้นทุกครั้งและใช้เวลาแต่งตัวแต่งหน้านานกว่าคุณ

7. งานบ้านที่ไม่เคยสำเร็จ คืองานที่แม่บ้านออกปากให้สามีช่วย

8. หากคบกันไปนานๆคุณจะพบว่าผู้ชายส่วนใหญ่นิสัยเหมือนกันต่างกันก็เพียงใบหน้า แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้คุณจำแฟนคุณได้

9. ผู้ชายมีนิสัยคล้ายแมว ชอบตักที่อบอุ่น รื้อข้าวของกระจุยกระจาย ดื้อเงียบและบางครั้งก็ย่องเข้ามาในห้องนอนตอนดึกๆ

10. เมื่อไรก็ตามที่คุณพบชายในอุดมคติ เข้ากันได้ ให้เกียรติผู้หญิง มีทุกอย่างพร้อมสำหรับร่วมชีวิตคู่คุณจะพบว่าเขามีภรรยาแล้ว

11. ผู้ชายเกลียดคำสองคำ “ อย่า “ และ “ หยุด “แต่พอใจเมื่อนำมาใช้ร่วมกัน

12. สามีก็เหมือนเด็กทารก จะดูน่ารักเป็นพิเศษถ้าไม่ใช่ลูกของเรา

13. การทำหน้าไร้เดียงสา ใช้ได้เฉพาะก่อนแต่งงาน

Sunday, July 25, 2010

40 ข้อคิดสะกิด "ความรัก"

40 ข้อคิดสะกิด "ความรัก"


ความรัก มี ความลับเป็นของตัวเอง จะเข้าใจก็เมื่อพบเจอ แม้จะมีแง่มุมซับซ้อนและไม่อาจคาดเดา แต่คนจำนวนมากก็ไม่เคยครั่นคร้าม และเดินหน้าเข้าหาความรักอยู่ตลอดเวลา
เพื่อจะได้รู้จักความรักและความสัมพันธ์ให้มากยิ่งขึ้น ลองอ่าน 40 ข้อคิดสะกิดใจ ต่อไปนี้ดู

1. อารมณ์หึงเกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิง แต่อารมณ์หึงของผู้หญิงจะซับซ้อนกว่า

2. ผู้ชายร้อยละ 90 ชอบผู้หญิงสวย น่ารัก แต่ผู้ชายร้อยละ 100 อยากอยู่กับผู้หญิงฉลาดและเฉลียว

3. คนที่มีแฟนขี้หึงขั้นรุนแรงมีเพียง 0.000001% เท่านั้นที่ชอบ นอกนั้นรู้สึกว่าอึดอัด

4. ไม่เคยมีคู่ไหนไม่ต้องใช้ความอดทนในการรัก เพียงแต่จะเป็นการอดทนในรูปแบบไหนเท่านั้นเอง

5. คนที่มีกิ๊ก คือคนที่ไม่ศรัทธาในความรัก

6. อย่ากลัวการอกหัก เพราะไม่เคยมีใครตายจากโรคอกหัก มีแต่ความอ่อนแอเท่านั้นที่ทำให้ฆ่าตัวตาย

7. ความรักมักไม่เกิดตอนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อปล่อยตามสบาย ความรักมักจะโผล่มาทำเซอร์ไพรส์ให้หัวใจเต้นแรงเสมอๆ

8. ถึงจะไว้ใจเพื่อนแค่ไหน ก็อย่าให้เพื่อนกับแฟนของเราสนิทกันเกิน ไปเพราะรักแท้อาจแพ้ความใกล้ชิด

9. ถ้าเรารู้สึกอายเวลาเดินเคียงข้างแฟนที่ขี้เหร่ นั่นหมายความว่าเราไม่ได้รักเขาจริง

10. อย่าบ่นให้ใครฟังว่าแฟนไม่เคยทำตัวดีขึ้นเลย เพราะจะโดนย้อนว่า “แล้วจะโง่ทนคบอยู่ทำไม”

11. ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนที่ขี้หึงขั้นรุนแรง อย่าได้เลือกคบผู้ชายที่หน้าตาและมนุษยสัมพันธ์ดีเด็ดขาด

12. การที่ผู้ชายมองผู้หญิงสวย เซ็กซี่ จนเหลียวหลัง ไม่ได้หมายความว่าเข้าต้องการแฟนที่เป็นแบบนั้น

13. ผู้ชายที่ไว้ใจได้ ว่าไม่มีวันจะนอกใจแฟนหรือภรรยา มีเพียงแต่ผู้ชายที่อยู่ในโลงเท่านั้น ควรจำให้ขึ้นใจ

14. พยายามทำตัวให้ดีและมีคุณค่า มากกว่าเป็นเพียงผู้หญิงที่ถูกแฟนทิ้งไป แล้วสักวันแฟนเราจะกลับมาเอง

15. อย่าคบกับผู้ชายที่เอาเรื่องแฟนเก่ามาพูดเสียๆ หายๆ เพราะเราอาจจะเป็นรายต่อไป

16. ผู้ชายที่รักสัตว์ รักเสียงเพลง รักครอบครัว น่าคบมากกว่าผู้ชายที่รักตัวเองซะอีก

17. อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ต้องลดเสปกชายในฝันลง แต่ข้อที่ไม่ควรลดเด็ดขาดก็คือ ความดีและความจริงใจ

18. ผู้ชายที่เกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ดูน่ารังเกียจกว่าผู้หญิงที่ชอบปอกลอกผู้ชายหลายเท่า

19. มนุษย์ผู้ชายมีน้อยกว่ามนุษย์ผู้หญิง ผู้ชายที่ดีและเป็นโสดก็มีน้อยกว่าผู้ชายที่เลวและมีเจ้าของแล้วด้วย

20. อย่ารักผู้ชายที่ทั้งขี้เหร่ ขี้เกียจ และขี้เมา เพราะจะต้องรู้สึกตกนรกไปตลอดชีวิต

21. คู่รักที่เดินกอดจูบกันต่อหน้าชุมชน มีแต่ฝ่ายหญิงเท่านั้นที่จะถูกประณามและถูกดูถูกอย่างรุนแรง

22. เซ็กซ์ไม่สามารถผูกมัดให้คู่รักอยู่ด้วยกันไปตลอด ความผูกพันต่างหากที่จะดึงรั้งกันไว้ได้

23. อายุไม่ใช่อุปสรรคของความรัก ถ้าความคิดและความรู้สึกตรงกัน ความมั่นคงก็เกิดขึ้นได้

24. ในชีวิตรักจริงๆ ไม่ต้องเป็นนางเอกที่แสนดีตลอดเวลา บางทีต้องมีการใช้ไหวพริบในการแย่งชิงบ้าง

25. คนสวยหรือคนหล่อสามารถอกหักได้เหมือนกัน ถ้าทำตัวไม่ดีหรือมีเวลาให้กับความรักไม่พอ

26. ถึงจะได้ยินว่า ‘ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์’ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเลือกวิ่งหาความรักมากกว่าจะอยู่เป็นโสด

27. เรื่องที่แฟนไม่ยอมเล่าให้ฟังตั้งแต่แรก มักเป็นเรื่องที่เรารู้เมื่อไหร่ ก็ต้องควันออกหูทันที

28. ถ้าชื่นชมในตัวแฟน 100% ควรบอกเขาแค่ 70%

29. ถึงผู้ชายจะบอกว่าไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า แต่ผู้ชายก็ไม่ชอบคนที่หน้ามันหรือซีดตลอด

30. ผู้ชายมักจะชอบติรูปร่างของแฟนหรือคนโน้นคนนี้ โดยลืมดูรูปร่างตัวเองว่าแย่ขนาดไหนเสมอ

31. คนต่างชาติต่างภาษาสามารถรักกันได้ เพราะภาษาหัวใจเป็นภาษาสากลที่ไม่ต้องการคำแปล

32. ผู้ชายต้องใช้สมองและทักษะมากขึ้นในช่วงที่มีความรัก เพราะผู้หญิงมักปากไม่ตรงกับใจ

33. ผู้ชายชอบเป็นฝ่ายไล่ล่ามากกว่าจะเป็นฝ่ายถูกล่า ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่เขาพยายามจะหนีเมื่อถูกตามตื๊อ

34. ผู้หญิงอาจไม่ได้เรียกร้องอะไรมากขึ้น แต่เป็นเพราะผู้ชายไม่สามารถทำดีได้เสมอต้นเสมอปลาย ปัญหาขัดแย้งจึงมักจะเกิดจากเหตุนี้แหละ

35. รักแรกพบสามารถเกิดได้แค่ 10% นอกนั้นเกิดจากการใกล้ชิดและการเรียนรู้กันอย่างลึกซึ้ง

36. คนที่เรารักกับคนที่รักเราอาจไม่ใช่คนเดียวกัน เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนเราบังคับหัวใจกันไม่ได้จริงๆ

37. ทุกคนจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเมื่อมีความรัก และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอีก หลังจากอกหัก

38. มือที่สามสามารถเดินเข้ามาในชีวิตเราได้ตลอดเวลา ในความไว้ใจจึงควรมีความระวังรวมอยู่ด้วย

39. อย่ารีบมีแฟนหลังจากอกหัก เพราะเราจะแยกแยะไม่ออกว่านั่นเป็นความรัก การประชด หรือการฆ่าเวลา

40. คนที่รักกันไม่จำเป็นต้องเดินจับมือหรือคุยกันตลอดทาง แค่รู้สึกว่ามีกันและกันก็เพียงพอ