เซลส์แมนคนหนึ่งลาออกจากงานเพื่อไปเป็นตำรวจ หลายเดือนต่อมา เพื่อนถามเขาว่าชอบงานใหม่ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ไหม
"ตอบยังไงดี" อดีตเซลส์แมนกล่าว "เงินเดือนก็ไม่เลวนะ เวลาทำงานก็ไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันมีความสุขมากที่สุด คือ ฉันเป็นฝ่ายถูกเสมอ"
Wednesday, February 9, 2011
Monday, February 7, 2011
โลกของเด็ก
เนื่องจากแถวบ้านไม่มีทางเท้า ฉันจึงสอนลูกชายวัยสามขวบเรื่องความปลอดภัยในการข้ามถนน ฉันบอกลูกว่า
"ถ้าเห็นรถวิ่งมา ลูกจะต้องหลบที่ฝั่งนี้หรือฝั่งโน้นก็ได้"
ฉันพูดย้ำแล้วย้ำอีกจนคิดว่าเขาเข้าใจ พอเห็นรถวิ่งมา ฉันลองทดสอบดูด้วยการถามว่า
"มีรถมาลูกจะทำยังไง"
เขาตอบอย่างมั่นใจว่า
"จะต้องวิ่งจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น"
"ถ้าเห็นรถวิ่งมา ลูกจะต้องหลบที่ฝั่งนี้หรือฝั่งโน้นก็ได้"
ฉันพูดย้ำแล้วย้ำอีกจนคิดว่าเขาเข้าใจ พอเห็นรถวิ่งมา ฉันลองทดสอบดูด้วยการถามว่า
"มีรถมาลูกจะทำยังไง"
เขาตอบอย่างมั่นใจว่า
"จะต้องวิ่งจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้น"
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
เพื่อนบ้านโทรฯมาถามว่าฉันจะเข้าไปในเมืองไหม เขาอยากจะขอติดรถไปด้วย
"ไม่ไปค่ะ" ฉันตอบ "เพราะมีปัญหาของผู้หญิง"
"เข้าใจล่ะ" เขาตอบ "คุณยังถอยรถเข้าจอดในช่องแคบๆไม่ได้ใช่ไหมล่ะ"
"ไม่ไปค่ะ" ฉันตอบ "เพราะมีปัญหาของผู้หญิง"
"เข้าใจล่ะ" เขาตอบ "คุณยังถอยรถเข้าจอดในช่องแคบๆไม่ได้ใช่ไหมล่ะ"
Sunday, February 6, 2011
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
เมื่อเร็วๆนี้ แฟนสาวของผมเพิ่งได้งานที่ร้านเครื่องมือช่างใกล้บ้าน
"เจ้าของร้านไม่อยากให้ลูกจ้างมีเพื่อยมาวุ่นวายทำให้เสียสมาธิทำงาน" เธอบอก "เพราะฉะนั้น ถ้าเธอแวะมาหาฉันบอกว่าเป็นพี่ชายฉันนะ"
ครั้งแวะที่ไปหาเธอ ผมก็เดินตรงไปที่แผนกบริการลูกค้าและบอกหญิงสูงอายุที่ยืนอยู่ตรงเคาร์เตอร์ว่า
"คาเรนอยู่ไหมครับ" พอเธอเงยหน้ามองผมด้วยแววตาสงสัย ผมก็รีบพูดต่อว่า "ผมเป็นพี่ชายของคาเรนครับ"
เธอยิ้มเย็นๆก่อนพูดว่า "เหรอ แปลกจังนะ เพราะฉันเป็นแม่ของคาเรน"
"เจ้าของร้านไม่อยากให้ลูกจ้างมีเพื่อยมาวุ่นวายทำให้เสียสมาธิทำงาน" เธอบอก "เพราะฉะนั้น ถ้าเธอแวะมาหาฉันบอกว่าเป็นพี่ชายฉันนะ"
ครั้งแวะที่ไปหาเธอ ผมก็เดินตรงไปที่แผนกบริการลูกค้าและบอกหญิงสูงอายุที่ยืนอยู่ตรงเคาร์เตอร์ว่า
"คาเรนอยู่ไหมครับ" พอเธอเงยหน้ามองผมด้วยแววตาสงสัย ผมก็รีบพูดต่อว่า "ผมเป็นพี่ชายของคาเรนครับ"
เธอยิ้มเย็นๆก่อนพูดว่า "เหรอ แปลกจังนะ เพราะฉันเป็นแม่ของคาเรน"
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
ฉันตื่นเต้นมากเมื่อสามีบอกว่าอยากฝึกสมาธิด้วย
"คุณไม่ต้องหลับตาก็ได้" ฉันบอก
"เพราะสามารถใช้วิธีเพ่งสิ่งของอะไรก็ได้ เช่น เทียนไข หรือ จุดใดจุดหนึ่งตรงหน้าคุณ"
เขาพยักหน้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะถามว่า
"จ้องหน้าจอโทรทัศน์ได้ไหม"
"คุณไม่ต้องหลับตาก็ได้" ฉันบอก
"เพราะสามารถใช้วิธีเพ่งสิ่งของอะไรก็ได้ เช่น เทียนไข หรือ จุดใดจุดหนึ่งตรงหน้าคุณ"
เขาพยักหน้าอย่างครุ่นคิดก่อนจะถามว่า
"จ้องหน้าจอโทรทัศน์ได้ไหม"
Friday, February 4, 2011
โลกของเด็ก
หลานชายวัยหกขวบเพิ่งทำการ์ดวันเกิดให้แม่เสร็จ เขาหันมาบอกฉันว่า
"ยายครับ ขอบิลหน่อยครับ ผมจะใส่ซิงให้แม่หร้อมกับการ์ดใบนี้"
"บิลเหรอ" ฉันถามย้ำ
"ใช่ครับ เอาแบบที่ใส่มาในซองจดหมายนะครับ" เขาบอกน้ำเสียงตื่นเต้น
"แม่คงไม่อยากได้บิลมั้ง"
"แม่ชอบบิลมากครับ" หลายชายเถียง
"ทุกครั้งที่เห็น แม่จะต้องพูดว่า 'ดีจริงๆมาอีกแล้ว'"
"ยายครับ ขอบิลหน่อยครับ ผมจะใส่ซิงให้แม่หร้อมกับการ์ดใบนี้"
"บิลเหรอ" ฉันถามย้ำ
"ใช่ครับ เอาแบบที่ใส่มาในซองจดหมายนะครับ" เขาบอกน้ำเสียงตื่นเต้น
"แม่คงไม่อยากได้บิลมั้ง"
"แม่ชอบบิลมากครับ" หลายชายเถียง
"ทุกครั้งที่เห็น แม่จะต้องพูดว่า 'ดีจริงๆมาอีกแล้ว'"
โรแมนติกสุดๆ
เช้าวันหนึ่ง ขณะนอนอยู่บนเตียง สามีหันมามองหน้าฉันแล้วพูดว่า
"รู้สึกว่าคุณจะผอมลงนะ"
ฉันพยายามอดอาหารมาทั้งเดือน พอได้บินอย่างนี้ก็ย่อมปลื้มใจเป็นธรรมดา ฉันรีบถามต่อไปว่า ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันผอมลง ขณะในใจก็คาดหวังให้สามีชมว่าเพราะฉันหุ่นดีขึ้น
แต่เขาตอบว่า "เพราะเดี๋ยวนี้คุณกรนเบากว่าเดิม"
"รู้สึกว่าคุณจะผอมลงนะ"
ฉันพยายามอดอาหารมาทั้งเดือน พอได้บินอย่างนี้ก็ย่อมปลื้มใจเป็นธรรมดา ฉันรีบถามต่อไปว่า ทำไมเขาถึงคิดว่าฉันผอมลง ขณะในใจก็คาดหวังให้สามีชมว่าเพราะฉันหุ่นดีขึ้น
แต่เขาตอบว่า "เพราะเดี๋ยวนี้คุณกรนเบากว่าเดิม"
Thursday, February 3, 2011
สารพันวันทำงาน
ตรงหน้าฉันคือกองประวัติย่อของผู้ที่ต้องการสมัครงานถึง 300 ชุด แต่ทางบริษัทต้องการรับพนักงานด่วน เจ้านายจึงบอกให้ฉันโทรฯ ตามคนที่อยู่ด้านบน 50 คนมาสัมภาษณ์ ส่วนที่เหลือให้โยนทิ้งไป
"ทิ้งหมดทั้ง 250 คนเลยหรือค่ะ" ฉันถาม "แล้วถ้าผู้สมัครดีที่สุดอยู่ในกลุ่มที่ถูกโยนทิ้งไปล่ะค่ะ"
"คุณพูดก็น่าคิดนะ" เจ้านายบอก "แต่ผมบอกตรงๆเลยว่า ไม่อยากเห็นคนอัปโชคมาเดินเพ่นพ่านอยู่่ในบริษัท"
"ทิ้งหมดทั้ง 250 คนเลยหรือค่ะ" ฉันถาม "แล้วถ้าผู้สมัครดีที่สุดอยู่ในกลุ่มที่ถูกโยนทิ้งไปล่ะค่ะ"
"คุณพูดก็น่าคิดนะ" เจ้านายบอก "แต่ผมบอกตรงๆเลยว่า ไม่อยากเห็นคนอัปโชคมาเดินเพ่นพ่านอยู่่ในบริษัท"
สารพันวันทำงาน
โน๊ตที่แปะอยู่ตรงเครื่องจำหน่ายน้ำอัดลมในห้องพักพนักงานมีข้อความเขียนว่า
"ไดเอตโค้กหมดแล้ว" มีคนไปเชียนเติมข้างล่างว่า
"ดีแล้วละ เพราะออกกำลังและงดอาหารจำพวกแป้งดีกว่า"
"ไดเอตโค้กหมดแล้ว" มีคนไปเชียนเติมข้างล่างว่า
"ดีแล้วละ เพราะออกกำลังและงดอาหารจำพวกแป้งดีกว่า"
Wednesday, February 2, 2011
หัวเราะคือยาวิเศษ
"คุณจะสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ไหม" พ่อตาในอนาคตถามคู่หมั้นของลูกสาว
ว่าที่เจ้าบ่าวตอบว่า "พูดตามตรงเลยนะครับ ผมตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูลูกสาวของท่านอย่างดี แต่สำหรับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวของท่านคงต้องทำมาหาเลี้ยงตัวเองต่อไป"
ว่าที่เจ้าบ่าวตอบว่า "พูดตามตรงเลยนะครับ ผมตั้งใจว่าจะเลี้ยงดูลูกสาวของท่านอย่างดี แต่สำหรับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัวของท่านคงต้องทำมาหาเลี้ยงตัวเองต่อไป"
หัวเราะคือยาวิเศษ
นักแสดงถังแตกเดินเข้าไปในสวนสัตว์เพื่อหางานทำ
"ลิงกอริลลาซึ่งจัดว่าเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์แห่งนี้เพิ่งตายไป" ผู้จัดการกล่าว "ฉันจ้างวันละ 300 เหรียญ ให้คุณสวมชุดกอริลลาและแกล้งทำท่าเป็นลิงอยู่ในกรง"
นักแสดงคนนั้นรีบตกลงและเข้าทำงานทันที คนดูชอบมาก แต่สักพักคนดูก็เริ่มเบื่อและหันไปสิงโตในกรงข้างๆ
นักแสดงคนนั้นกลัวตกงานเหมือนเดิม จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนกำแพงและนั่งห้อยขาอยู่บนนั้น โดยกะระยะไม่ให้สิงโตกระโจนมาถึง ทำให้สิงโตโมโหแต่คนดูสนุกมาก นักแสดงหนุ่มแสดงผาดโผดอย่างนี้ทุกวันและสามารถดึงดูดคนดูได้มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้จัดการพอใจมากจนเพิ่มค่าจ้างให้เป็นวันละ 500 เหรียญ
วันหนึ่ง นักแสดงหนุ่มเกิดพลาดท่าตกกำแพง ร่างก็เลยหล่นตุบไปกองอยู่แทบเท้าสิงโต เจ้าป่าสี่ขาวิ่งไล่ลิงปลอมไปรอบกรงเป็นพลวัน ด้วยความกลัว นักแสดงหนุ่มก็แหกปากร้องสุดเสียงว่า "ช่วยด้วยๆ" สิงโตรีบตะคอกทันทีว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้ เจ้าโง่ เดี๋ยวก็ตกงานกันทั้งสองคนหรอก"
"ลิงกอริลลาซึ่งจัดว่าเป็นดาวเด่นของสวนสัตว์แห่งนี้เพิ่งตายไป" ผู้จัดการกล่าว "ฉันจ้างวันละ 300 เหรียญ ให้คุณสวมชุดกอริลลาและแกล้งทำท่าเป็นลิงอยู่ในกรง"
นักแสดงคนนั้นรีบตกลงและเข้าทำงานทันที คนดูชอบมาก แต่สักพักคนดูก็เริ่มเบื่อและหันไปสิงโตในกรงข้างๆ
นักแสดงคนนั้นกลัวตกงานเหมือนเดิม จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปบนกำแพงและนั่งห้อยขาอยู่บนนั้น โดยกะระยะไม่ให้สิงโตกระโจนมาถึง ทำให้สิงโตโมโหแต่คนดูสนุกมาก นักแสดงหนุ่มแสดงผาดโผดอย่างนี้ทุกวันและสามารถดึงดูดคนดูได้มากขึ้นเรื่อยๆ ผู้จัดการพอใจมากจนเพิ่มค่าจ้างให้เป็นวันละ 500 เหรียญ
วันหนึ่ง นักแสดงหนุ่มเกิดพลาดท่าตกกำแพง ร่างก็เลยหล่นตุบไปกองอยู่แทบเท้าสิงโต เจ้าป่าสี่ขาวิ่งไล่ลิงปลอมไปรอบกรงเป็นพลวัน ด้วยความกลัว นักแสดงหนุ่มก็แหกปากร้องสุดเสียงว่า "ช่วยด้วยๆ" สิงโตรีบตะคอกทันทีว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้ เจ้าโง่ เดี๋ยวก็ตกงานกันทั้งสองคนหรอก"
Tuesday, February 1, 2011
หัวเราะคือยาวิเศษ
หญิงสาวไปปรึกษาหมอเพราะป่วยเป็นโรคประหลาด เธอเล่าว่าไม่ว่าจะแตะลงไปส่วนไหนของร่างกายก็รู้สึกเจ็บปวดทุกครั้ง ว่าแล้วเธอก็สาธิตให้หมอดู
ทีแรกเธอใช้นิ้วจิ้มหน้าอกตัวเองแล้วร้องโอ้ย จากนั้นก็แตะข้อศอกแล้วร้องโอ้ยดังกว่าเดิม พอแตะหัวเข่าและหัวไหล่ก็ถึงกับร้องสุดเสียง ทุกแห่งที่สัมผัสสร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างน่าเวทนา
"อืม" หมอทำเสียงแปลกๆ "หมอพอจะรู้แล้วว่าเป็นอาการของโรคอะไร"
"ร้ายแรงไหมคะหมอ" คนไข้ถามด้วยความร้อนใจ
"ไม่เท่าไหร่หรอก นิ้วคุณหักเท่านั้นเอง"
ทีแรกเธอใช้นิ้วจิ้มหน้าอกตัวเองแล้วร้องโอ้ย จากนั้นก็แตะข้อศอกแล้วร้องโอ้ยดังกว่าเดิม พอแตะหัวเข่าและหัวไหล่ก็ถึงกับร้องสุดเสียง ทุกแห่งที่สัมผัสสร้างความเจ็บปวดให้เธออย่างน่าเวทนา
"อืม" หมอทำเสียงแปลกๆ "หมอพอจะรู้แล้วว่าเป็นอาการของโรคอะไร"
"ร้ายแรงไหมคะหมอ" คนไข้ถามด้วยความร้อนใจ
"ไม่เท่าไหร่หรอก นิ้วคุณหักเท่านั้นเอง"
สวรรค์ร่ำไร
หลังแต่งงานสดๆร้อนๆ ผมกับภรรยาก็เดินทางไปที่บ้านเกิดของเธอคือกรุงลอนดอน พอเครื่องลงเรียบร้อย ภรรยาก็ตรงไปที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองสำหรับคนที่ถือหนังสือเดินทางของอังกฤษ ส่วนผมต่อแถวอยู่ในช่องของชาวต่างชาติ
"คุณมาที่อังกฤษเพื่ออะไร" เจ้าหน้าที่ถามผม
"มาเที่ยวครับ" ผมตอบ "ผมอยู่ในช่วงฮันนี่มูน"
เจ้าหน้าที่มองซ้ายมองขวารอบตัวผม
"แปลกดีนะ" เขาพูดขณะประทับตราลงในหนังสือเดินทางของผม "ปกติผู้ชายส่วนใหญ่พาภรรยาไปด้วยเวลาฮันนีมูน"
"คุณมาที่อังกฤษเพื่ออะไร" เจ้าหน้าที่ถามผม
"มาเที่ยวครับ" ผมตอบ "ผมอยู่ในช่วงฮันนี่มูน"
เจ้าหน้าที่มองซ้ายมองขวารอบตัวผม
"แปลกดีนะ" เขาพูดขณะประทับตราลงในหนังสือเดินทางของผม "ปกติผู้ชายส่วนใหญ่พาภรรยาไปด้วยเวลาฮันนีมูน"
Tuesday, January 11, 2011
โลกของเด็ก
บนท้องถนนเช้าวันหนึ่ง รถตู้ของเราเสียหลักกะทันหัน หมุนคว้างด้านหน้ากลับไปห้านหลัง ฉันพยายามประคองพวงมาลัยสุดความสามารถ ในที่สุด รถก็จอดสงบด้วยความปลอดภัย ฉันสงบนิ่งๆเพื่อรวบรวมสติ
มีเสียงเล็กๆลอยจากเบาะหลังว่า "เม่ลืมของไว้ที่บ้านเหรอครับ"
มีเสียงเล็กๆลอยจากเบาะหลังว่า "เม่ลืมของไว้ที่บ้านเหรอครับ"
Sunday, January 9, 2011
โลกของเด็ก
หลานสาววัยเจ็ดขวบของฉันยืนกรานว้่จะช่วยฉันขัดพื้นครัว ฉันจึงหาอุปกรณ์ทั้งหลายมาให้พร้อมกับฟองน้ำ
"ยายไม่มีไม้ถูพื้นเหรอค่ะ" หลานถามหลังจากขัดไปได้ไม่กี่นาที
"ไม่มีหรอกจ๊ะ" ฉันตอบ "เวลาขัดพื้น ยายก็คลานเข่าขัดด้วยมือแบบนี้ทุกที นั่นแหละ"
"แต่ยายค่ะ" หลานประกาศก้อง "หนูไม่ใช่ซินเดอเรลลานะค่ะ"
"ยายไม่มีไม้ถูพื้นเหรอค่ะ" หลานถามหลังจากขัดไปได้ไม่กี่นาที
"ไม่มีหรอกจ๊ะ" ฉันตอบ "เวลาขัดพื้น ยายก็คลานเข่าขัดด้วยมือแบบนี้ทุกที นั่นแหละ"
"แต่ยายค่ะ" หลานประกาศก้อง "หนูไม่ใช่ซินเดอเรลลานะค่ะ"
Saturday, January 8, 2011
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
บิลลี เกรแฮมเล่าว่าตอนที่เขาเริ่มทำงานใหม่ๆ พอไปถึงเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งก็ถามเด็กผู้ชายคนหนึ่งว่าที่ทำการไปรษณีย์ไปทางไหน เด็กคนนั้นบอกเส้นทางอย่างดี เกรแฮมจึงชวนหนูน้อยไปฟังเขาเทศน์ที่โบสถ์ประจำเมือง "หนูจะได้ฟังฉันชี้ทางไปสู่สวรรค์พร้อมกับคนอื่นๆอีกหลายคน"
"ผมไม่เชื่อหรอก" หนูน้อยตอบ "ขนาดไปรษณีย์ใกล้ๆคุณยังไปไม่ถูกเลย"
"ผมไม่เชื่อหรอก" หนูน้อยตอบ "ขนาดไปรษณีย์ใกล้ๆคุณยังไปไม่ถูกเลย"
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
พอออกจากห้องน้ำ ฉันก็บอกให้ลูกสาวไปเรียกพ่อมาอาบน้ำ
"พ่อ" ลูกตะโกนสุดเสียง "ห้องน้ำว่างแล้ว"
ฉันจับตัวลูกสาวมาอบรมว่าพูดเบาๆก็พอได้ยินก็ได้ "ถ้าแม่เรียกพ่อ แม่ก็ตะโกนเหมือนกันนั่นแหละ" ลูกตอบ
"พ่อ" ลูกตะโกนสุดเสียง "ห้องน้ำว่างแล้ว"
ฉันจับตัวลูกสาวมาอบรมว่าพูดเบาๆก็พอได้ยินก็ได้ "ถ้าแม่เรียกพ่อ แม่ก็ตะโกนเหมือนกันนั่นแหละ" ลูกตอบ
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
เราติดตั้งจานดาวเทียมบนหลังคาเสร็จเรียบร้อย ลูกชายวัย 22 ก็พยายามสอนให้ฉันใช้รีโมต แต่เนื่องจากฉันตามเทคโนโลยีไม่ค่อยทัน สอนอย่างไรก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็น
หลังสอนอยู่หลายครั้งแต่ไม่ก้าวหน้าสักที ลูกชายฉันก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ถ้าแม่อายุ 12 คงจะสอนง่ายกว่านี้"
หลังสอนอยู่หลายครั้งแต่ไม่ก้าวหน้าสักที ลูกชายฉันก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ถ้าแม่อายุ 12 คงจะสอนง่ายกว่านี้"
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
เราติดตั้งจานดาวเทียมบนหลังคาเสร็จเรียบร้อย ลูกชายวัย 22 ก็พยายามสอนให้ฉันใช้รีโมต แต่เนื่องจากฉันตามเทคโนโลยีไม่ค่อยทัน สอนอย่างไรก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็น
หลังสอนอยู่หลายครั้งแต่ไม่ก้าวหน้าสักที ลูกชายฉันก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ถ้าแม่อายุ 12 คงจะสอนง่ายกว่านี้"
หลังสอนอยู่หลายครั้งแต่ไม่ก้าวหน้าสักที ลูกชายฉันก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า "ถ้าแม่อายุ 12 คงจะสอนง่ายกว่านี้"
Friday, January 7, 2011
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
พนักงานขายจอมขยันคอยให้ตำติชมกับเม่ฉันที่กำลังเลือกซื้อกางเกง แต่ละครั้งที่แม่ก้าวออกมาจากห้องลอง เธอจะพูดว่า "สั้นเกินไป" หรือ "ขายาวเกินไป" หรือ "ไม่ต่ะ สีไม่สวย"
ในที่สุด แม่ก็ก้าวออกมาจากห้องลองอีกครั้ง คราวนี้พนักงานพูดอย่างหนักแน่นว่า
"ตัวนี้ยิ่งไม่ได้เรื่องที่สุด"
"ตัวนี้ฉันใส่มาจากบ้านนะ" แม่ตอบรอดไรฟัน
ในที่สุด แม่ก็ก้าวออกมาจากห้องลองอีกครั้ง คราวนี้พนักงานพูดอย่างหนักแน่นว่า
"ตัวนี้ยิ่งไม่ได้เรื่องที่สุด"
"ตัวนี้ฉันใส่มาจากบ้านนะ" แม่ตอบรอดไรฟัน
ชีวิตก็เป็นอย่างนี้
ผมสะดุดตากับเทปแนะนำวิธีปรับปรุงเรื่องต่างๆในชีวิตซึ่งวางขายอยู่ที่ศูนย์ถ่ายเอกสารแถวบ้าน ผมหยิบขึ้นมาม้วนหนึ่ง ด้านหน้าทีคำโปรยว่า
วิธีพูดเพื่อสื่อสารกับผู้ฟังให้เข้าใจภายใน 30 วินาที หรือน้อยกว่านั้น พอพลิกไปดูก็เห็นรายละเอียดเพิ่มเติมบอกว่า "เทปนี้มีความยาว 45 นาที"
วิธีพูดเพื่อสื่อสารกับผู้ฟังให้เข้าใจภายใน 30 วินาที หรือน้อยกว่านั้น พอพลิกไปดูก็เห็นรายละเอียดเพิ่มเติมบอกว่า "เทปนี้มีความยาว 45 นาที"
รู้หน้าที่
คืนสุดท้ายบนเรือสำราญ ฉันกับสามีกลับไปเก็บกระเป๋าที่ห้อง ระหว่างทาง เราเกือบล้มเพราะสะดุดขาผู้ชายที่นั่งอยู่บนพื้นทางเดิน
"ไม่สบายหรือเปล่าครับ" สามีฉันถาม
"เปล่าครับ แต่ผมกำลังช่วยภรรยาอยู่" ชายผู่้นั้นตอบ เชาเห็นเราทำหน้างงๆจึงรีบอธิบายว่า "เธอกำลังเก็บกระเป๋าอยู่ในห้อง ผทเลยออกมานั่งรอข้างนอก จะได้ไม่แกะกะ"
"ไม่สบายหรือเปล่าครับ" สามีฉันถาม
"เปล่าครับ แต่ผมกำลังช่วยภรรยาอยู่" ชายผู่้นั้นตอบ เชาเห็นเราทำหน้างงๆจึงรีบอธิบายว่า "เธอกำลังเก็บกระเป๋าอยู่ในห้อง ผทเลยออกมานั่งรอข้างนอก จะได้ไม่แกะกะ"
Wednesday, January 5, 2011
หัวเราะคือยาวิเศษ
บนเคาน์เตอร์ในโรงอาหารของโรงเรียนเอกชนซึ่งดำเนินการโดยคณะแม่ชี มีตระกร้าแอปเปิลวางอยู่พร้อมกับโน้ตว่า
"ห้ามหยิบเกินหนึ่งลูก พระเจ้าเฝ้าดูอยู่" ถัดไปอีกหน่อยบนเคาน์เตอร์เดียวกัน มีคุ๊กกี้ช็อกโกแล็ตอยู่หนึ่งกล่อง เด็กคนหนึ่งเขียนโน้ตมาแปะไว้ว่า
"อยากได้กี่ชิ้นก็หยิบได้เลย เพราะพระเจ้าเฝ้าแอปเปิลอยู่"
"ห้ามหยิบเกินหนึ่งลูก พระเจ้าเฝ้าดูอยู่" ถัดไปอีกหน่อยบนเคาน์เตอร์เดียวกัน มีคุ๊กกี้ช็อกโกแล็ตอยู่หนึ่งกล่อง เด็กคนหนึ่งเขียนโน้ตมาแปะไว้ว่า
"อยากได้กี่ชิ้นก็หยิบได้เลย เพราะพระเจ้าเฝ้าแอปเปิลอยู่"
หัวเราะคือยาวิเศษ
หญิงสาวคนหนึ่งขับรถหรูหราราคาแพงแถมยังดูแลอย่างดีจนเอี่ยมอ่องทั้งคันไปตามถนนในชนบท ทันใดนั้น เธอก็เห็นผู้ชายวิ่งหน้าตั้งโดยมีสุนัขตัวเบ้อเริ่มสามตัววิ่งตามติดๆ
แวบแรกเธอกลัวว่าหนุ่มน้อยเหงื่อชุ่มคนนี้จะทำให้รถคันงามของเธอสกปรก แต่คิดไปคิดมาก็ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ช่วย เขาอาจถูกสุนัขรุมฟัดจนสาหัสหรือถึงตายได้ ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจหยุดรถและตะโกนออกไปว่า "กระโดดขึ้นมาเลย"
"คุณใจดีมากเลยครับ" หนุ่มน้อยคนนั้นพูดขณะเปิดประตูขึ้นมานั่ง "ไม่มีใครยอมให้ผมอาศัยรถไปด้วยเลย เพราะเห็นผมมีหมามาด้วยสามตัว"
แวบแรกเธอกลัวว่าหนุ่มน้อยเหงื่อชุ่มคนนี้จะทำให้รถคันงามของเธอสกปรก แต่คิดไปคิดมาก็ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ช่วย เขาอาจถูกสุนัขรุมฟัดจนสาหัสหรือถึงตายได้ ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจหยุดรถและตะโกนออกไปว่า "กระโดดขึ้นมาเลย"
"คุณใจดีมากเลยครับ" หนุ่มน้อยคนนั้นพูดขณะเปิดประตูขึ้นมานั่ง "ไม่มีใครยอมให้ผมอาศัยรถไปด้วยเลย เพราะเห็นผมมีหมามาด้วยสามตัว"
หัวเราะคือยาวิเศษ
หญิงสาวคนหนึ่งขับรถหรูหราราคาแพงแถมยังดูแลอย่างดีจนเอี่ยมอ่องทั้งคันไปตามถนนในชนบท ทันใดนั้น เธอก็เห็นผู้ชายวิ่งหน้าตั้งโดยมีสุนัขตัวเบ้อเริ่มสามตัววิ่งตามติดๆ
แวบแรกเธอกลัวว่าหนุ่มน้อยเหงื่อชุ่มคนนี้จะทำให้รถคันงามของเธอสกปรก แต่คิดไปคิดมาก็ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ช่วย เขาอาจถูกสุนัขรุมฟัดจนสาหัสหรือถึงตายได้ ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจหยุดรถและตะโกนออกไปว่า "กระโดดขึ้นมาเลย"
"คุณใจดีมากเลยครับ" หนุ่มน้อยคนนั้นพูดขณะเปิดประตูขึ้นมานั่ง "ไม่มีใครยอมให้ผมอาศัยรถไปด้วยเลย เพราะเห็นผมมีหมามาด้วยสามตัว"
แวบแรกเธอกลัวว่าหนุ่มน้อยเหงื่อชุ่มคนนี้จะทำให้รถคันงามของเธอสกปรก แต่คิดไปคิดมาก็ต้องยอมรับว่าถ้าไม่ช่วย เขาอาจถูกสุนัขรุมฟัดจนสาหัสหรือถึงตายได้ ดังนั้น เธอจึงตัดสินใจหยุดรถและตะโกนออกไปว่า "กระโดดขึ้นมาเลย"
"คุณใจดีมากเลยครับ" หนุ่มน้อยคนนั้นพูดขณะเปิดประตูขึ้นมานั่ง "ไม่มีใครยอมให้ผมอาศัยรถไปด้วยเลย เพราะเห็นผมมีหมามาด้วยสามตัว"
หัวเราะคือยาวิเศษ
หญิงสาวคนหนึ่งเห็นรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเรื่อยๆโดยไม่มีคนขับจนทำท่าจะเลยออกนอกที่จอดรถ เธอจึงรีบเปิดประตูกระโดดไปกระชากเบรกมือสุดแรง พอออกจากรถเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถ เธอรีบบอกทัทีว่า "ฉันเพิ่งดึงเบรกมือขึ้นเพราะเห็นรถเคลื่อนที่ได้"
"ผมรู้ครับ เพราะผมออกแรงเข็นอยู่"
"ผมรู้ครับ เพราะผมออกแรงเข็นอยู่"
Friday, September 17, 2010
กบฟุ้งซ่าน....ข้างกำแพงวัด
กบฟุ้งซ่านตัวหนึ่งนั่งอยู่ข้างกำแพงวัดทุกเช้ามันเฝ้าดูพระออกบิณฑบาตตั้งแต่เช้ามืด พอพระกับมาถึงวัดเพื่อฉันเช้า...กบมันนึกในใจ อยากเกิดเป็นพระเป็นพระสบายดี มีคนถวายอาหารให้กินทุกวันเมื่อพระฉันเสร็จก็นำอาหารที่เหลือมากมายนั้นไปให้เด็กวัดกินต่อแล้วเด็กวัดก็กินกันอย่างเอร็จอร่อยตอนนี้
กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นเด็กวัดแล้ว เพราะสบายกว่าพระ มันเห็นเด็กวัดหลายคนตื่นสายได้ และไม่ต้องออกตามพระไปบิณฑบาตก็ได้ สบายกว่าเยอะเลย เมื่อเด็กวัดกันเสร็จก็โกยอาหารที่เหลือทั้งหมดให้หมาวัดไปกินแล้วเด็กวัดทุกคนก็ไปช่วยกันล้างจานถึงตอนนี้กบเปลี่ยนใจ
อยากเกิดเป็นหมาวัดแล้ว เพราะไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัดสบายว่า.....พอหมาวัดกินอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปทำหน้าที่เฝ้าบริเวณวัดคอยเห่าคนแปลกหน้า ฝู่งแมลงวันก็บินมาตอมและกินอาหารต่อจากหมาวัด ถึงตอนนี้ กบเปลี่ยนใจอีกแล้ว
อยากเกิดเป็นแมลงวัน เพราะสบายที่สุด ไม่ต้องทำอะไ รเลยหนำซ้ำ ยังมีกองอาหารให้กินไม่มีหมดด้วย ขณะที่เจ้ากบฟุ้งซ่านกำลังคิดเพลินๆ อยู่นั้นพอดีหันมาเห็นแมลงวันบินมาใกล้ๆจึงใช้ลิ้นตวัดเอาแมลงวันเข้าปากตัวเองโดยสัญชาตญาณถึงตอนนี้
กบฟุ้งซ่านจึงบรรลุธรรมฉับพลัน ( Sudden knowledge)
คิดได้ว่า เอ้อ! เป็นตัวของเราเองนี้แหละ ดีที่สุดเลย(The best to be yourself)
จงเชื่อมั่นในตัวเอง
กบเปลี่ยนใจ อยากเกิดเป็นเด็กวัดแล้ว เพราะสบายกว่าพระ มันเห็นเด็กวัดหลายคนตื่นสายได้ และไม่ต้องออกตามพระไปบิณฑบาตก็ได้ สบายกว่าเยอะเลย เมื่อเด็กวัดกันเสร็จก็โกยอาหารที่เหลือทั้งหมดให้หมาวัดไปกินแล้วเด็กวัดทุกคนก็ไปช่วยกันล้างจานถึงตอนนี้กบเปลี่ยนใจ
อยากเกิดเป็นหมาวัดแล้ว เพราะไม่ต้องล้างจานเหมือนเด็กวัดสบายว่า.....พอหมาวัดกินอาหารเสร็จก็แยกย้ายไปทำหน้าที่เฝ้าบริเวณวัดคอยเห่าคนแปลกหน้า ฝู่งแมลงวันก็บินมาตอมและกินอาหารต่อจากหมาวัด ถึงตอนนี้ กบเปลี่ยนใจอีกแล้ว
อยากเกิดเป็นแมลงวัน เพราะสบายที่สุด ไม่ต้องทำอะไ รเลยหนำซ้ำ ยังมีกองอาหารให้กินไม่มีหมดด้วย ขณะที่เจ้ากบฟุ้งซ่านกำลังคิดเพลินๆ อยู่นั้นพอดีหันมาเห็นแมลงวันบินมาใกล้ๆจึงใช้ลิ้นตวัดเอาแมลงวันเข้าปากตัวเองโดยสัญชาตญาณถึงตอนนี้
กบฟุ้งซ่านจึงบรรลุธรรมฉับพลัน ( Sudden knowledge)
คิดได้ว่า เอ้อ! เป็นตัวของเราเองนี้แหละ ดีที่สุดเลย(The best to be yourself)
จงเชื่อมั่นในตัวเอง
คำนิยาม 3 คำ คือ คู่รัก คู่ขา คู่แต่ง
คู่รัก : คอยคุณที่หน้าอำเภอ(แต่ง)
คู่ขา : คอยคุณที่หน้าโรงแรม
คู่แต่ง : คอยคุณที่หน้าอำเภอ(หย่า)
คู่รัก : นัดเจอกันในงานเลี้ยง
คู่ขา : นัดเจอกันหลังงานเลี้ยง
คู่แต่ง : เธออยู่บ้าน ฉันจะไปงานเลี้ยง
คู่รัก : เปิดหนังโรแมนติก ร้องไห้ด้วยกันตอนจบ
คู่ขา : เปิดหนังเอ๊กซ์ ดูด้วยกันไม่ทันจบ
คู่แต่ง : ซื้อทีวีรุ่นจอเดียว แยกได้สองช่อง
คู่รัก : ไม่พยายามคิดเรื่องทะเลาะกัน
คู่ขา : ไม่พยายามคิดเรื่องเป็นคู่กัน
คู่แต่ง : พยายามคิดเรื่องเป็นโสด
คู่รัก : สนใจทุกเรื่องร่วมกัน
คู่ขา : สนใจเรื่องเดียวเหมือนกัน
คู่แต่ง : สนใจเงินในบัญชีธนาคารร่วมกัน
คู่รัก : โลกนี้เป็นของเราสองคน
คู่ขา : เรื่องนี้รู้แค่เราสองคน
คู่แต่ง : เรื่องทั้งโลกกลาย เป็นเรื่องระหว่างเราสองคนได้ทั้งนั้น รวมทั้งเรื่องของพ่อตาแม่ยาย และญาติสนิทมิตรสหาย
คู่รัก : โทรศัพท์ถึงคุณเพื่อบอกว่า "รักเธอเหลือเกิน"
คู่ขา : เซ็กซ์โฟน
คู่แต่ง : โทรศัพท์มาเพื่อบอกว่า "กลับดึก ไม่ต้องคอย"
คู่รัก : ทุกครั้งที่เขียนใส่สมุดบันทึก คือ บทกวีหวานกลั่นจากหัวใจ
คู่ขา : ทุกครั้งที่เขียนใส่สมุดบันทึก คือ หมายเลขโทรศัพท์คู่ขาคนใหม่
คู่แต่ง : ทุกครั้งที่เขียน คือ เช็คส่วนบุคคล และบันทึกค่าใช้จ่าย
คู่รัก : ตาสบกันริมถนน
คู่ขา : ลิ้นพันกันบนโซฟา
คู่แต่ง : หลังชนกันบนเตียง
คู่รัก : แสดงความอาทรให้เขาสังเกต
คู่ขา : แสดงอาการเมื่อโดนสะกิด
คู่แต่ง : แสดงอารมณ์โดยไม่สะกด
คู่รัก : กล่าวคำอำลาว่า "รักเธอ"
คู่ขา : กล่าวคำอำลาว่า "อย่าลืมกินยาคุม"
คู่แต่ง : กล่าวคำอำลาว่า "ซักผ้าด้วย"
คู่รัก : เรียกคุณว่า ที่รักด้วยเสียงอ่อนหวาน
คู่ขา : เรียกคุณว่า ที่รักด้วยเสียงกระเส่า
คู่แต่ง : เรียกคุณว่า ที่รัก ชงกาแฟแก้ว
คู่รัก : สนใจขนาดนิ้วสวมแหวน
คู่ขา : สนใจขนาดยกทรง
คู่แต่ง : สนใจรอยลิปสติกที่ปกเสื้อ
คู่รัก : เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาตั้งใจฟัง และขำกลิ้ง
คู่ขา : เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาบอกว่าหยุดเถอะ วันนี้ต้องทำเวลา
คู่แต่ง : เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาให้คุณช่วยอธิบายอีกห้านาที พยักหน้าเข้าใจ และก้มหน้าอ่าน หนังสือพิมพ์ต่อ
คู่รัก : เมื่อคุณอยากทำอะไรสักอย่างทาน เธอจะเข้ามาช่วยคุณอย่างกุลีกุจอ
คู่ขา : เมื่อคุณอยากทำอะไรสักอย่างทาน เธอจะเข้ามาทำอะไรสักอย่าง จนคุณไม่อยากจะทำอาหารต่อ
คู่แต่ง : เมื่อคุณอยากทำอะไรสักอย่างทาน เธอจะขอให้คุณเผื่อเธออีกจาน
คู่ขา : คอยคุณที่หน้าโรงแรม
คู่แต่ง : คอยคุณที่หน้าอำเภอ(หย่า)
คู่รัก : นัดเจอกันในงานเลี้ยง
คู่ขา : นัดเจอกันหลังงานเลี้ยง
คู่แต่ง : เธออยู่บ้าน ฉันจะไปงานเลี้ยง
คู่รัก : เปิดหนังโรแมนติก ร้องไห้ด้วยกันตอนจบ
คู่ขา : เปิดหนังเอ๊กซ์ ดูด้วยกันไม่ทันจบ
คู่แต่ง : ซื้อทีวีรุ่นจอเดียว แยกได้สองช่อง
คู่รัก : ไม่พยายามคิดเรื่องทะเลาะกัน
คู่ขา : ไม่พยายามคิดเรื่องเป็นคู่กัน
คู่แต่ง : พยายามคิดเรื่องเป็นโสด
คู่รัก : สนใจทุกเรื่องร่วมกัน
คู่ขา : สนใจเรื่องเดียวเหมือนกัน
คู่แต่ง : สนใจเงินในบัญชีธนาคารร่วมกัน
คู่รัก : โลกนี้เป็นของเราสองคน
คู่ขา : เรื่องนี้รู้แค่เราสองคน
คู่แต่ง : เรื่องทั้งโลกกลาย เป็นเรื่องระหว่างเราสองคนได้ทั้งนั้น รวมทั้งเรื่องของพ่อตาแม่ยาย และญาติสนิทมิตรสหาย
คู่รัก : โทรศัพท์ถึงคุณเพื่อบอกว่า "รักเธอเหลือเกิน"
คู่ขา : เซ็กซ์โฟน
คู่แต่ง : โทรศัพท์มาเพื่อบอกว่า "กลับดึก ไม่ต้องคอย"
คู่รัก : ทุกครั้งที่เขียนใส่สมุดบันทึก คือ บทกวีหวานกลั่นจากหัวใจ
คู่ขา : ทุกครั้งที่เขียนใส่สมุดบันทึก คือ หมายเลขโทรศัพท์คู่ขาคนใหม่
คู่แต่ง : ทุกครั้งที่เขียน คือ เช็คส่วนบุคคล และบันทึกค่าใช้จ่าย
คู่รัก : ตาสบกันริมถนน
คู่ขา : ลิ้นพันกันบนโซฟา
คู่แต่ง : หลังชนกันบนเตียง
คู่รัก : แสดงความอาทรให้เขาสังเกต
คู่ขา : แสดงอาการเมื่อโดนสะกิด
คู่แต่ง : แสดงอารมณ์โดยไม่สะกด
คู่รัก : กล่าวคำอำลาว่า "รักเธอ"
คู่ขา : กล่าวคำอำลาว่า "อย่าลืมกินยาคุม"
คู่แต่ง : กล่าวคำอำลาว่า "ซักผ้าด้วย"
คู่รัก : เรียกคุณว่า ที่รักด้วยเสียงอ่อนหวาน
คู่ขา : เรียกคุณว่า ที่รักด้วยเสียงกระเส่า
คู่แต่ง : เรียกคุณว่า ที่รัก ชงกาแฟแก้ว
คู่รัก : สนใจขนาดนิ้วสวมแหวน
คู่ขา : สนใจขนาดยกทรง
คู่แต่ง : สนใจรอยลิปสติกที่ปกเสื้อ
คู่รัก : เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาตั้งใจฟัง และขำกลิ้ง
คู่ขา : เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาบอกว่าหยุดเถอะ วันนี้ต้องทำเวลา
คู่แต่ง : เมื่อคุณเล่าเรื่องตลก เขาให้คุณช่วยอธิบายอีกห้านาที พยักหน้าเข้าใจ และก้มหน้าอ่าน หนังสือพิมพ์ต่อ
คู่รัก : เมื่อคุณอยากทำอะไรสักอย่างทาน เธอจะเข้ามาช่วยคุณอย่างกุลีกุจอ
คู่ขา : เมื่อคุณอยากทำอะไรสักอย่างทาน เธอจะเข้ามาทำอะไรสักอย่าง จนคุณไม่อยากจะทำอาหารต่อ
คู่แต่ง : เมื่อคุณอยากทำอะไรสักอย่างทาน เธอจะขอให้คุณเผื่อเธออีกจาน
สิ่งที่ควรระวังกับตัวเองและครอบครัว..กับสภาพสังคมในปัจจุบัน
(1) ถ้ามีใครขอให้ช่วยกด เอทีเอ็ม จงปฎิเสธ....
จงบอกให้เขาไปขอความช่วยเหลือ จาก พนง.ธนาคารดีกว่า ...
เหตุผลคือ "มีกล้อง วงจรปิด ที่หน้าตู้" .... ถ้าบัตรนั้นถูกขโมยมา ภาพของคุณจะปรากฎ แทนหน้าโจร (งานเข้า ละท่าน)
(2) ถ้าบ้านคุณเกิดไฟดับ แต่เมื่อมองไปไฟข้างๆบ้านยังมี..
จงอย่าผลีผลาม เปิดประตูบ้านออกไป เพื่อตรวจดูมิเตอร์ไฟ
เพราะคุณอาจเจอ คนถือมีด ยืนรอปล้นคุณอยู่ที่หน้าประตู
(3) คุณอาจเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนคือ...เห็นเด็กน้อยยืนร้องไห้ อยู่ข้างทาง บอกว่าหลงทางและขอให้พาไปส่งบ้าน ตามที่อยู่ในกระดาษ
เมื่อไปถึงบ้านเด็กที่หลงทาง... คุณจะถูกไฟฟ้าดูด จนหมดสติ เมื่อเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู
เมื่อได้สติ จะพบว่าตนเองอยู่ในสภาพเปลือย ในห้องที่ว่างเปล่า
** การเป็นคนใจดี ในสมัยนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย**
(4) วันหนึ่ง มีหญิงแก่ มายืนที่หน้าบ้าน ถือถุงขนมมาด้วย 2 ถุง
.. ตอนแรกคิดว่าเป็นคนในระแวกบ้านเอาขนมมาให้
แต่พอเธอเอ่ยปากพูดจึงรู้ว่า เธอเป็นชาวต่างชาติ เพราะพูดภาษากันไม่รู้เรื่อง
เลยปิดประตู เพราะคิดว่ามาขอเงิน
**ภายหลัง จึงได้รู้ว่าหญิงแก่คนนี้ ได้ปล้นคนบางคน ในระแวกถนนนั้นได้สำเร! ! ็จ
(5) ขณะที่กำลังจะถอนเงินทีตู้เอทีเอ็ม ก็มีหญิงแกขอร้องให้ช่วยกดเงินให้เธอ เพราะเธอทำไม่เป็น ... เวลา เดียวกัน ... จะมีเด็กตัวเล็กมายืนข้างๆ เตรียมจะเอามือไปเตรียมหยิบเงิน"ของคุณ" --- ขณะที่หญิงแก่ พยายามดึงความสนใจของคุณไปจากหน้าตู้
* จงระวังและตื่นตัว ขณะกดเงิน*** และ ระวังคนที่ไม่น่าไว้ใจด้วย
crimew!(6) มีคุณแม่ผู้เกษียณแล้วอยู่บ้านเฉยๆ ได้เล่าให้ฟังว่า..
วันหนึ่งมีวัยรุ่นมาที่บ้านบอกว่าน้ำมันหมด แล้วขอกระป๋องโค๊ก เปล่าๆ ใบหนึ่ง เพื่อเอาไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม โดยจะจ่ายให้ 2 ริงกิต (เงินมาเลย์) = 9.7 x2 บาท
แล้วล้วงกระเป๋าเอาธนบัตร100 ริงกิต ออกมาให้ .... แล้วให้ท่านทอน เงิน
แต่โชคดีที่ ท่านบอกว่า ไม่เอาเงินค่ากระป๋องเปล่า ให้ฟรีๆ
(โชคดีมากๆ เพราะ*เงินนั้นเป็นเงินปลอม* ถ้าทอนจะเสียเงินไป 98 ริงกิต
(7) เรื่องนี้เกิดที่บาหลี เมื่อผู้สามีภรรยาที่ไปเที่ยว แล้วภรรยาเกิดหายตัวไป....
ตอนแรกนึกว่า เล่นกัน แต่หายไปหลายชั่วโมง จนต้องแจ้งให้ตำรวจช่วยตามหา...แต่ก็ไร้ผล
หลายปีต่อมา ... สามีกลับมา บาหลีอีกครั้ง และได้ไปดูโชว์ "ของแปลก" ในบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง....
เขาไปเห็น มีหีบเหล็กที่สกปรกและขึ้นสนิม.... ในนั้นมี หญิงสาวผู้ ไร้แขนขา ..ทั่วใบหน้าและทั่วร่างเต็มไปด้วยแผลเป็น
เมื่อเขาได้มองใกล้ๆ ก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือภรรยาที่หายไปของเขา ทีถูกจับขังเพื่อเป็นขอทาน
(8) ระวัง เสี! ! ยงเด็กร้องไห้
เพราะคนร้ายจะอัดเทปเสียง เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดประตูออกมา...
*มีคนหายไปจากแหล่งชอปปิ้งที่เซี่ยงไฮ้ หาไปเจอ
เวลาผ่านไปหลายปี ก็มีคนพบว่า เธอกลายเป็นขอทานข้างถนนในกรุงเทพ ในสภาพพิการไร้แขนขาและถูกล่ามโซ่
(10) ระวังเวลาไปเข้าห้องน้ำ คนเดียว
คุณอาจจะถูกแก๊งค์ขายชิ้นส่วนมนุษย์จับไป โดยยัดไว้ใต้รถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด
(11) แก๊งค์จะทำเป็นเอาธนบัตรหล่นไว้ล้อหลังของรถคุณ
แล้วมาเคาะหน้าต่าง เรียกคุณลงไป "เก็บ"เงินทีคุณทำตกไว้
เมื่อคุณลงไป คุณจะถูกปล้น !!!
จงบอกให้เขาไปขอความช่วยเหลือ จาก พนง.ธนาคารดีกว่า ...
เหตุผลคือ "มีกล้อง วงจรปิด ที่หน้าตู้" .... ถ้าบัตรนั้นถูกขโมยมา ภาพของคุณจะปรากฎ แทนหน้าโจร (งานเข้า ละท่าน)
(2) ถ้าบ้านคุณเกิดไฟดับ แต่เมื่อมองไปไฟข้างๆบ้านยังมี..
จงอย่าผลีผลาม เปิดประตูบ้านออกไป เพื่อตรวจดูมิเตอร์ไฟ
เพราะคุณอาจเจอ คนถือมีด ยืนรอปล้นคุณอยู่ที่หน้าประตู
(3) คุณอาจเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนคือ...เห็นเด็กน้อยยืนร้องไห้ อยู่ข้างทาง บอกว่าหลงทางและขอให้พาไปส่งบ้าน ตามที่อยู่ในกระดาษ
เมื่อไปถึงบ้านเด็กที่หลงทาง... คุณจะถูกไฟฟ้าดูด จนหมดสติ เมื่อเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู
เมื่อได้สติ จะพบว่าตนเองอยู่ในสภาพเปลือย ในห้องที่ว่างเปล่า
** การเป็นคนใจดี ในสมัยนี้ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย**
(4) วันหนึ่ง มีหญิงแก่ มายืนที่หน้าบ้าน ถือถุงขนมมาด้วย 2 ถุง
.. ตอนแรกคิดว่าเป็นคนในระแวกบ้านเอาขนมมาให้
แต่พอเธอเอ่ยปากพูดจึงรู้ว่า เธอเป็นชาวต่างชาติ เพราะพูดภาษากันไม่รู้เรื่อง
เลยปิดประตู เพราะคิดว่ามาขอเงิน
**ภายหลัง จึงได้รู้ว่าหญิงแก่คนนี้ ได้ปล้นคนบางคน ในระแวกถนนนั้นได้สำเร! ! ็จ
(5) ขณะที่กำลังจะถอนเงินทีตู้เอทีเอ็ม ก็มีหญิงแกขอร้องให้ช่วยกดเงินให้เธอ เพราะเธอทำไม่เป็น ... เวลา เดียวกัน ... จะมีเด็กตัวเล็กมายืนข้างๆ เตรียมจะเอามือไปเตรียมหยิบเงิน"ของคุณ" --- ขณะที่หญิงแก่ พยายามดึงความสนใจของคุณไปจากหน้าตู้
* จงระวังและตื่นตัว ขณะกดเงิน*** และ ระวังคนที่ไม่น่าไว้ใจด้วย
crimew!(6) มีคุณแม่ผู้เกษียณแล้วอยู่บ้านเฉยๆ ได้เล่าให้ฟังว่า..
วันหนึ่งมีวัยรุ่นมาที่บ้านบอกว่าน้ำมันหมด แล้วขอกระป๋องโค๊ก เปล่าๆ ใบหนึ่ง เพื่อเอาไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม โดยจะจ่ายให้ 2 ริงกิต (เงินมาเลย์) = 9.7 x2 บาท
แล้วล้วงกระเป๋าเอาธนบัตร100 ริงกิต ออกมาให้ .... แล้วให้ท่านทอน เงิน
แต่โชคดีที่ ท่านบอกว่า ไม่เอาเงินค่ากระป๋องเปล่า ให้ฟรีๆ
(โชคดีมากๆ เพราะ*เงินนั้นเป็นเงินปลอม* ถ้าทอนจะเสียเงินไป 98 ริงกิต
(7) เรื่องนี้เกิดที่บาหลี เมื่อผู้สามีภรรยาที่ไปเที่ยว แล้วภรรยาเกิดหายตัวไป....
ตอนแรกนึกว่า เล่นกัน แต่หายไปหลายชั่วโมง จนต้องแจ้งให้ตำรวจช่วยตามหา...แต่ก็ไร้ผล
หลายปีต่อมา ... สามีกลับมา บาหลีอีกครั้ง และได้ไปดูโชว์ "ของแปลก" ในบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง....
เขาไปเห็น มีหีบเหล็กที่สกปรกและขึ้นสนิม.... ในนั้นมี หญิงสาวผู้ ไร้แขนขา ..ทั่วใบหน้าและทั่วร่างเต็มไปด้วยแผลเป็น
เมื่อเขาได้มองใกล้ๆ ก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือภรรยาที่หายไปของเขา ทีถูกจับขังเพื่อเป็นขอทาน
(8) ระวัง เสี! ! ยงเด็กร้องไห้
เพราะคนร้ายจะอัดเทปเสียง เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดประตูออกมา...
*มีคนหายไปจากแหล่งชอปปิ้งที่เซี่ยงไฮ้ หาไปเจอ
เวลาผ่านไปหลายปี ก็มีคนพบว่า เธอกลายเป็นขอทานข้างถนนในกรุงเทพ ในสภาพพิการไร้แขนขาและถูกล่ามโซ่
(10) ระวังเวลาไปเข้าห้องน้ำ คนเดียว
คุณอาจจะถูกแก๊งค์ขายชิ้นส่วนมนุษย์จับไป โดยยัดไว้ใต้รถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด
(11) แก๊งค์จะทำเป็นเอาธนบัตรหล่นไว้ล้อหลังของรถคุณ
แล้วมาเคาะหน้าต่าง เรียกคุณลงไป "เก็บ"เงินทีคุณทำตกไว้
เมื่อคุณลงไป คุณจะถูกปล้น !!!
Subscribe to:
Posts (Atom)